
30 มกราคม 2569 : คุณชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงภาพรวมปี 2568 ของเศรษฐกิจไทย เดือนธันวาคม เศรษฐกิจไทยขยายตัวจากเดือนก่อนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยรวมขยายตัวได้ดีทั้งอุปสงค์และอุปทาน โดยสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีปรับเพิ่มขึ้น การบริโภคภาคเอกชนก็เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะหมวดการบริการจากภาครัฐ ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อน และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน
ภาพรวมไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยขยายตัวจากไตรมาสก่อน จากอุปสงค์ต่างประเทศตามการส่งออกสินค้าและรายรับภาครัฐ จากโครงการคนละครึ่งพลัส และเที่ยวดีมีคืน ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการขยายตัว สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับโรงงานที่ปิดปรับปรุงกระบวนการผลิตกลับมาดำเนินงานตามปกติ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบจากหมวดพลังงานและหมวดอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก
รายละเอียดอื่นๆ มีดังต่อไปนี้
เศรษฐกิจด้านอุปสงค์
การบริโภคภาคเอกชน
ทางด้านการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในทุกหมวด จากการใช้จ่าย 1) หมวดบริการตามหมวดโรงแรมและภัตตาคาร ส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2) หมวดสินค้าคงทน ตามยอดจำหน่ายยานยนต์ทุกประเภท จากการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในงานมหกรรมยานยนต์ 3) หมวดสินค้าไม่คงทน จากยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และ 4) หมวดสินค้ากึ่งคงทน จากทั้งปริมาณการนำเข้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ทั้งนี้ ยังต้องติดตามแรงส่งในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง การซื้อรถยนต์ที่อาจชะลอลงหลังเร่งไปมากในเดือนนี้ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลงจากเดือนก่อน

การลงทุนภาคเอกชน
การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว จากเดือนก่อน โดยหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นตามยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศหมวดอุปกรณ์ไฟฟ้า และหมวดยานพาหนะเพิ่มขึ้นตามมูลค่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ จากการเร่งจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง ประกอบกับมูลค่าการนำเข้าเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น สำหรับหมวดก่อสร้าง ทรงตัว โดยหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างในเขตอุตสาหกรรม ขณะที่หมวดที่อยู่อาศัยลดลงตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์
จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงจากเดือนก่อน จากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (short haul) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ชะลอการเดินทางในช่วงที่ภาคใต้เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง และนักท่องเทียวจีนที่ชะลอลงหลังจากเร่งไปมากในช่วงก่อนหน้าที่มีวันหยุดยาว อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (long haul) ขยายตัวตามนักท่องเที่ยวฝรั่งเศส และรัสเซียเป็นสำคัญ ด้านรายรับภาคการท่องเที่ยวหดตัวจากเดือนก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัว
การส่งออกสินค้า
มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำขยายตัวจากเดือนก่อนในหลายหมวดสินค้า อาทิ 1) เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามการส่งออกเครื่องปรับอากาศไปสหรัฐฯ และอาเซียน 2) เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการส่งออก เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าไปสหรัฐฯ 3) อิเล็กทรอนิกส์ จากการส่งออกอุปกรณ์โทรคมนาคมไปสหรัฐฯ รวมถึงคอมพิวเตอร์ไปจีน และ 4) สินค้าเกษตร ตามการส่งออกทุเรียนและยางไปจีน อย่างไรก็ตาม การส่งออกหมวดปิโตรเลียม ปรับลดลงตามการส่งออกไปยังเกาหลี จีน และอินเดีย

การนำเข้าสินค้า
มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำลดลงจากเดือนก่อน โดยการนำเข้าหมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิงลดลง ตามการนำเข้าวัตถุดิบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวันเป็นสำคัญ หลังจากเร่งนำเข้าในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม หมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค ปรับเพิ่มขึ้นตามการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเป็นสำคัญ หมวดสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบิน ปรับเพิ่มขึ้นตามการนำเข้าเครื่องจักรจากจีน และหมวดเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง
การใช้จ่ายภาครัฐ
การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายเงินบำนาญและงบบุคลากรเป็นสำคัญ ขณะที่รายจ่ายลงทุนขยายตัวตาม การเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี ส่วนหนึ่งจากโครงการงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 อย่างไรก็ดี รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและการสื่อสารเป็นสำคัญ
เศรษฐกิจด้านอุปทาน
การผลิตภาคอุตสาหกรรม
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยกลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนน้อยกว่า ร้อยละ 30 เพิ่มขึ้นจากการผลิตปิโตรเลียม หลังโรงงานที่ปิดปรับปรุงกระบวนการผลิตชั่วคราวเพื่อปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ สำหรับกลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนร้อยละ 30-60 เพิ่มขึ้นจากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะ ตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ลดลงจากหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ตามการผลิตน้ำตาลที่ลดลงเป็นสำคัญ เนื่องจากปริมาณอ้อยเข้าหีบน้อยลงจากฝนตกหนัก
ภาคบริการ
ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดยกิจกรรมในภาคการค้าขยายตัวตามการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและยอดขายรถยนต์ สอดคล้องกิจกรรมในภาคขนส่งที่ขยายตัวตามการขนส่งสินค้า สำหรับกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นจากธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารตามการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการภาครัฐ
รายได้เกษตรกร
รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนตามราคาสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ โดยราคายางพาราและข้าวขาวลดลงจากปริมาณผลผลิตของทั้งไทยและตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรทรงตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน โดยผลผลิตลำไยหดตัวเนื่องจากเร่งออกไปมากในช่วงกลางปี จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ประกอบกับฐานสูงในปีก่อน ที่ผลผลิตลำไยนอกฤดูกาลออกช้ากว่าปกติ ขณะที่ผลผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมันขยายตัวต่อเนื่องตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย
ภาวะการเงินและเสถียรภาพ
ภาวะการเงิน
การระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิและตลาดทุน โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นจากภาคการผลิตในสาขายางและพลาสติก วัสดุก่อสร้าง และภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ ขนส่ง ธุรกิจนวดและสปา โดยเฉพาะในภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ด้านการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นจากธุรกิจในภาคบริการ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสิ่งพิมพ์ และภาคการค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายกำลังการผลิต ชำระคืนหนี้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับลดลงจากธุรกิจภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์ สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 68 ถึง 26 ม.ค. 69 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามการคาดการณ์ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะเลื่อนออกไป
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ในเดือน ธ.ค. 68 และ ม.ค. 69 (ข้อมูลถึง 26 ม.ค. 69) เงินบาทปรับแข็งค่าตามทิศทางคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มผ่อนคลาย จากตัวเลขเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ออกมาช่วงปลายเดือน พ.ย. และต้นเดือน ธ.ค. ที่ยังอ่อนแอ ประกอบกับความกังวลจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ สรอ. เคลื่อนไหวผันผวน รวมถึงปัจจัยเฉพาะของไทยจากราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยแข็งค่าในเดือน ธ.ค. 68 และ ม.ค. 69 มากกว่าสกุลคู่ค้าคู่แข่งจากปัจจัยเฉพาะของไทย
เสถียรภาพเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อนตามหมวดอาหารสด จากราคาผักที่สูงขึ้นจากผลของน้ำท่วม ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกแต่ชะลอลงเล็กน้อยตามราคาค่าโดยสารสาธารณะ ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์ซักล้าง อย่างไรก็ดี ราคาอาหารสำเร็จรูปยังปรับเพิ่มขึ้น ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานทรงตัวจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ใกล้เคียงเดือนก่อน ตามการจ้างงานในภาคบริการเป็นสำคัญ ขณะที่การจ้างงานในภาคการผลิตลดลงบ้าง โดยต้องติดตามการจ้างงานที่ยังคงลดลงในกลุ่มการผลิตสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากทั้งดุลการค้า และดุลบริการ รายได้ และเงินโอน
สำหรับแนวโน้วธุรกิจในไตรมาส 1 ปี 2569 ธปท.มองว่า ธุรกิจผลิตและส่งออกขยายตัวตามการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับผลดีจาก Data Center และ AI ส่วนกลุ่มอาหารยังขยายตัวโดยเฉพาะยุโรปและญี่ปุน แต่อย่างไรก็ตาม พึงระวังผลของค่าเงินบาทแข็งค่า และผลของ Reciprocal tariffs ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย รายละเอียดตามเอกสารแนบ

พร้อมกันนี้ นางสาวพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ออกมาตรการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลการซื้อขายทองคำที่มีมูลค่าสูง และยกระดับให้การทำธุรกรรมซื้อขายทองคำมีความโปร่งใสและมีมาตรฐานขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาปริมาณการซื้อขายทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และในบางช่วงพบว่าธุรกรรมขนาดใหญ่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569 รายละเอียด ดังนี้

1. กำหนดวงเงินการซื้อหรือขายทองคำ ไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาท/คน/แพลตฟอร์ม บนแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นสกุลบาทเท่านั้น (ไม่ครอบคลุมการซื้อขายทองคำที่ชำระเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ การซื้อขายผ่านร้านทองทั่วไป การซื้อบนแพลตฟอร์มที่มีลักษณะออมทอง [ที่ไม่สามารถขายได้] หรือการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (TFEX)) อย่างไรก็ดี ผู้ที่ถือทองคำมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท ณ สิ้นวันที่ 30 มกราคม 2569 จะสามารถขายทองคำตามจำนวนที่มีอยู่เดิมได้ โดยไม่จำกัดระยะเวลาในการขาย
2. กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับการซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม (ทั้งสกุลบาทและดอลลาร์) ได้แก่ (1) ห้ามใช้บัญชีบุคคลอื่นในการรับจ่ายเงินแทน (2) ให้ชำระเงินด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น (3) ให้ชำระเงินเต็มจำนวนโดยห้ามรับจ่ายเฉพาะส่วนต่าง (net settlement) (4) ต้องรับมอบทองคำด้วยตนเอง และ (5) การขายทองคำจะต้องมีทองคำที่ชำระเงินครบถ้วนแล้วในแพลตฟอร์มก่อนเท่านั้น (ห้าม short sell)
มาตรการนี้มุ่งลดความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งการกำหนดวงเงินและเงื่อนไขข้างต้น จะบังคับใช้เฉพาะกับลูกค้าทั่วไป โดยไม่รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจทองคำหรือผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทองคำ ดังนั้น การกำหนดวงเงินจะไม่กระทบลูกค้าทั่วไปที่ซื้อหรือขายไม่เกิน 50 ล้านบาท ทั้งนี้ เงื่อนไขที่กำหนดเพิ่มเติมสอดคล้องกับแนวทางที่ผู้ประกอบธุรกิจทองคำบางส่วนได้ดำเนินการอยู่แล้ว 











