
2 กุมภาพันธ์ 2569 : นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมาว่า เมืองไทยประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (New Business Premium) เติบโตขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบบประกัน Investment-Linked เติบโต 249% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และแบบประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านคะแนน NPS (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน
มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดที่ 140% ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook) โดยมีสินทรัพย์ลงทุน 690,000 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนในตราสารหนี้ 85% ทั้งในและต่างประเทศในสัดส่วนเท่ากัน 50:50
ขณะที่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้านโยบายการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ จากการประเมินล่าสุดโดย MorningStar Sustainalytics สถาบันวิจัยและจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลก ด้าน ESG บริษัทฯสามารถทำคะแนน ESG Risk Rating ได้ที่ 19.9 คะแนน จัดอยู่ในกลุ่ม 'ความเสี่ยงต่ำ' (Low Risk Profile) โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้มาจากความสามารถในการควบคุม 'ความเสี่ยงด้าน ESG’ ได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่ เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment (PRI) พร้อมด้วยการขึ้นทะเบียน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3
"เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการลงทุนตามหลัก ESG โดยเฉพาะแนวคิด Transition Finance เพื่อสนับสนุนองค์กรที่อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน สอดคล้องกับทิศทางโลกและนโยบายความยั่งยืนของบริษัท" นายสาระ กล่าว

นายสาระกล่าวต่อไปว่า สำหรับในปี 2569 นี้ เมืองไทยประกันชีวิตตั้งเป้าการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมปีแรกแบบอนุรักษ์นิยม คาดว่าเบี้ยประกันรับจะเติบโตประมาณ 2-3% โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตในปี 2569 คือ Maturity Gap จากแบบประกันที่คุ้มครองระยะยาวเริ่มครบกำหนดสัญญา และมีการจ่ายเงินคืนตามกรมธรรม์จำนวนมาก บริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการเพื่อหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาชดเชย แต่แบบประกันใหม่ไม่สามารถเร่งขายผลิตภัณฑ์รูปแบบเดิมได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง
"เหตุผลของการตั้งเป้าเติบโตเพียง 2-3% นั้นเนื่องจากปัจจัยภายนอกมีส่วนสำคัญ ทั้งอัตราดอกเบี้ยและรวมถึงระบบบัญชีใหม่ IFRS 17 ดังนั้น การเติบโตของแบบประกันต้องสะท้อนมิติของความแข็งแกร่ง เดิมมีการพูดถึงคำว่า "มูลค่าตลอดอายุสัญญา" เป็นบวกหรือเป็นลบ ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมาหากเป็นลบ จะนำไปลบกับกำไรทันที โดยประกันชีวิตยุคเดิมส่วนใหญ่จะมีแต่แบบประกันที่ผูกไว้กับผลตอบแทน ในอดีตผลตอบแทนสูงถึง 6% แต่วันนี้หน้าตาของกรมธรรม์แตกต่างจากเดิม ผลตอบแทนก็ลดลงมาเรื่อยๆ จาก 5% ลงมา 4% มา 3% ดังน้้นหากบริษัทฯ ขายประกันออกไปเยอะก็อาจจะไปกระทบกับมูลค่าของสัญญาในกรมธรรม์ในระยะยาวได้ จึงมีผลกับกำไรและขาดทุน ประกันชีวิตว่ากันด้วยเรื่องระยะยาว ความยั่งยืนของกรมธรรม์ สู่ความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งหมายถึงความมุ่งมั่นของผู้เอาประกันก็ต้องบาลานซ์กัน ดังนั้นควรจะขายให้เหมาะสมกับ การเร่งยอดขายโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของกรมธรรม์ในระยะยาว 20-30 ปีข้างหน้าได้" นายสาระกล่าว

ทั้งนี้ นับเป็นอีกปีที่สำคัญของเมืองไทยประกันชีวิตในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ที่อยู่เคียงข้างเพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่ทุกคน ดังนั้น การวางแผนธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการเติบโต เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่อาจผันผวน พร้อมยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิม...กับเมืองไทยประกันชีวิต มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกก้าว ภายใต้การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล
ด้านของการดูแลสุขภาพทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ สามารถเข้ามาช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด ทั้งผลิตภัณฑ์ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด ด้วยแบบประกันภัย “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่” หรือตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรัก ผ่านโครงการ “ShieldLife” รวมถึงประกันรูปแบบใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพที่ให้คุณดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น” พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันอุบัติเหตุ ที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ

พร้อมกันนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5” แบบประกันชีวิตที่ “คนซื้อได้ใช้จริง” โดดเด่นด้วยคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว เปลี่ยนทุนประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี* ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ จ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ พร้อมได้ทำการขยายอายุรับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลังได้ และเบี้ยประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้
รวมไปถึงบริษัทฯ ยังร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศภายใต้โครงการ MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวกและอุ่นใจ ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษาอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร
พร้อมอยู่เคียงข้างตั้งแต่การวางแผนดูแลเชิงป้องกัน เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว (Wellness and Prevention) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ เช่น เมืองไทยไตรกีฬา เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน เป็นต้น การดูแลเมื่อเจ็บป่วย ผ่านความคุ้มครองที่เลือกได้ตามใจ บริการต่าง ๆ และพาร์ทเนอร์ที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร (Diagnosis and Treatment) ไม่ว่าจะเป็น MTL Health Buddy แคร์คัฟเวอร์ สหคลินิก เครือข่ายโรงพยาบาล MTL Smile Hospital Network MTL Global Doctors และ MTL Global Connect เป็นต้น รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการรักษาหรือพักฟื้น รวมไปถึงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ (Post-Treatment) อย่าง Health at Home นายาเรสซิเดนซ์ บาย ลิฟเวล และพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพอีกมากมาย

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในปี 2569 จะมีความคล่องตัวมากขึ้นจากการผ่อนผันกฎเกณฑ์ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ที่เปิดโอกาสให้บริษัทที่มีความแข็งแกร่งสามารถลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกได้กว้างขึ้น โดยอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนใน Private Equity, Private Credit และ Hedge Funds เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายความเสี่ยง รวมถึงการศึกษาการลงทุนใน Cryptocurrency ถึงแม้ว่าขณะนี้คปภ.ยังไม่ได้อนุญาต
นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า เร็วๆ นี้ จะได้พบกับโฉมใหม่ของเมืองไทยสไมล์คลับ และ Fit Rewards ที่จะมาร่วมเติมเต็มให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษเหนือระดับ ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พร้อมเชื่อมต่อทุกการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันให้กลายมาเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

“เรามองว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว และยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิตจึงปรับบทบาทจากผู้รับความเสี่ยง มาเป็นผู้ส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้กลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” เราพร้อมยืนเคียงข้างและดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิตไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน พร้อมปรับผลิตภัณฑ์ให้เป็นลักษณะ Modular เพื่อให้ลูกค้าเลือกความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่ต้องการ รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์ม Smile Club, MTL Click และ MTL Fit และการขยาย MTL Smile Hospital Network เพื่อยกระดับประสบการณ์และคุณภาพการดูแลในระยะยาว โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการ ที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน” นายสาระ กล่าวสรุป
#เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife #GoHealthierWithMTL
หมายเหตุ :
*บริษัทจะเริ่มจ่ายผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลให้ผู้เอาประกันภัยตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุ 65 ปี และชำระเบี้ยประกันภัยครบถ้วนแล้ว โดยจะจ่ายไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
•เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
•การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
•เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
คำเตือน : ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง 











