วิจัยกรุงศรี
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
เศรษฐกิจโลกและไทย
สหรัฐฯ ประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่ ด้านจีนเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวแต่ยังไม่ทั่วถึง ส่วนเศรษฐกิจไทยช่วงปลายปี 68 ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ

สหรัฐฯ: เฟดย้ำว่าทิศทางดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาเป็นสำคัญ โดยในการประชุมวันที่ 28 มกราคม เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% โดยชี้เศรษฐกิจยังโตดี ตลาดแรงงานทรงตัว ส่วนเงินเฟ้อยังค่อนข้างสูง ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” เป็นว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ โดย วอร์ช มีแผนปรับเปลี่ยนระบบหรือ “regime change” และมีแผนจะลดงบดุลของเฟด อีกทั้งประเมินว่าการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจะช่วยให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังเติบโตและเงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมาย วิจัยกรุงศรีคาดว่าเฟดมีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1-2 ครั้งในปี 2569 นอกจากนี้ สำหรับประเด็นความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ผ่อนคลายลงหลังทรัมป์เปิดช่องเจรจาเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหาร แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากการเตรียมพร้อมกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย

จีน: กำไรภาคอุตสาหกรรมในปี 2568 พลิกกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ 0.6% YoY โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และการถลุงและแปรรูปโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ซึ่งขยายตัวสูง รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า และยานยนต์ ที่สามารถพลิกกลับมาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเกินกว่ากึ่งหนึ่งยังคงเผชิญกับกำไรที่หดตัว ความหวังสำคัญจึงอยู่ที่มาตรการควบคุมการแข่งขันทางด้านราคา และการบรรเทาปัญหาอุปทานส่วนเกิน ซึ่งต้องอาศัยเวลา และอาจสร้างแรงกดดันต่อภาคอุตสาหกรรมในระยะสั้น
ไทย: เศรษฐกิจไทยฟื้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 แต่มีแนวโน้มชะลอลงในปีนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานเครื่องชี้เศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2568 ภาพรวมอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยการส่งออกสินค้าและรายรับภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการบริโภคภาคเอกชนได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์

จากพัฒนาการเชิงบวกของเครื่องชี้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อน ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิค หลังจากไตรมาส 3 หดตัว (-0.6% QoQ) สอดคล้องกับมุมมองของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ซึ่งประเมินว่าแรงส่งจากไตรมาสสุดท้ายจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจทั้งปี 2568 ขยายตัวที่ 2.2% (สภาพัฒน์ฯ จะประกาศอย่างเป็นทางการวันที่ 16 กุมภาพันธ์)
สำหรับปี 2569 วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงที่ 1.8% ท่ามกลางช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ต่ำ ผลกระทบเต็มปีจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ รวมถึงข้อจำกัดของนโยบายการคลังและการเบิกจ่ายภาครัฐในช่วงรัฐบาลรักษาการ 











