
23 กุมภาพันธ์ 2569 : กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.30 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 31.17 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 30.97-31.32 บาท/ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ โดยได้แรงหนุนจากรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)เมื่อเดือนมกราคม ซึ่งสะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันของสมาชิก FOMC โดยเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้เนื่องจากประเมินว่าความเสี่ยงด้านลบต่อการจ้างงานลดลง ขณะที่เฟดกังวลว่าเงินเฟ้อยังคงสูง นอกจากนี้ เฟดเตือนเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม โดยระบุว่าการลดดอกเบี้ยอาจถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าความมุ่งมั่นของเฟดที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% นั้นอาจอ่อนแอลง อนึ่ง สภาพคล่องการซื้อขายในตลาดการเงินหลักหลายแห่งของเอเชียเป็นไปอย่างเบาบางเนื่องในวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 11,041 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 8,631 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ขณะที่ศาลฎีกาสหรัฐฯวินิจฉัยว่ากฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธบดีในการเก็บภาษีศุลกากร ทำเนียบขาวจึงประกาศแผนการจัดเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกตามมาตรา 122 ในอัตรา 15% ภายใต้ระยะเวลาจำกัด 150 วัน เว้นแต่สภาจะขยายเวลาเพิ่มเติม ความไม่แน่นอนด้านนโยบายกำลังเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง รวมถึงข้อกังวลว่ารายได้จากภาษีศุลกากรที่จัดเก็บไปก่อนหน้านี้อาจต้องถูกคืนซึ่งจะทำให้สหรัฐฯขาดดุลการคลังมากขึ้น ขณะที่การยกเลิกภาษีศุลกากรอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยเรายังคงคาดว่ารัฐบาลทรัมป์จำเป็นต้องลดผลกระทบของเงินเฟ้อในปีนี้ซึ่งจะมีการเลือกตั้งกลางเทอม ในภาวะเช่นนี้ คาดว่าโมเมนตัมการฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์จะสะดุดลง
นอกจากนี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะคงดอกเบี้ยที่ 1.25% ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ทางด้านสภาพัฒน์รายงานเศรษฐกิจไตรมาส 4/68 ขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งสดใสกว่าที่ตลาดคาดไว้ ส่วนเมื่อเทียบรายไตรมาสจีดีพีเติบโต 1.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสี่ปี ขณะที่การขยายตัวทั้งปี 68 อยู่ที่ 2.4% ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีมองว่าปัจจัยชั่วคราวช่วยหนุนจีดีพีช่วงท้ายปี 68 นำโดยโครงการคนละครึ่งพลัส ขณะที่แรงส่งเชิงบวกอาจชะลอลงในปีนี้ แต่หากรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพมากขึ้นจะช่วยให้นโยบายมีความต่อเนื่อง 











