WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569 ติดต่อเรา
“วิทัย” กับโจทย์ใหญ่ปฏิรูปการเงินไทย เมื่อเสถียรภาพต้องเดินคู่กับการเติบโต

4 มีนาคม 2569 : ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ทำไมโตช้า” การเข้ามาของ “วิทัย รัตนากร” ในฐานะ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวบุคคล แต่คือการส่งสัญญาณถึง “การเปลี่ยนวิธีคิด” ของนโยบายการเงินไทย จากการยึดเสถียรภาพแบบเดิม สู่การลงมือแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง แนวคิดและมาตรการที่ถูกวางไว้ ไม่ได้มองเศรษฐกิจเป็นเพียงตัวเลขในรายงาน แต่เชื่อมโยงไปถึงคุณภาพชีวิต หนี้ครัวเรือน ความอยู่รอดของ SME และความโปร่งใสของระบบการเงินทั้งระบบ

เศรษฐกิจไทย : โตต่ำกว่าศักยภาพ แต่ยังมีแสงสว่าง

นายวิทัย รัตนากร ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในวันนี้สะท้อนความจริงที่ต้องยอมรับว่า GDP ขยายตัวเพียงราว 1.9% ต่ำกว่าศักยภาพที่ควรอยู่แถว 2.7% สาเหตุหลักไม่ใช่ปัจจัยระยะสั้น แต่เป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่สะสมมานาน และไม่สามารถแก้ได้ด้วยโครงการใดโครงการหนึ่ง ในขณะที่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงถึง 86–87% ของ GDP คุณภาพหนี้กลับแย่ลง สวนทางกับตัวเลขสัดส่วนที่ดูเหมือนดีขึ้น ทว่าด้านบวกก็ยังมีให้เห็น ทั้งการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) กว่า 1.8 ล้านล้านบาทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ การท่องเที่ยวที่เน้น “มูลค่า” มากกว่าปริมาณ และการบริโภคภายในประเทศที่ยังพอประคองระบบเศรษฐกิจไว้ได้

ธปท. เปลี่ยนบทบาท จากดอกเบี้ยเดียว สู่มาตรการเฉพาะจุด หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการยอมรับว่า “ดอกเบี้ยนโยบาย” เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้อีกต่อไป ธปท. จึงหันมาใช้มาตรการเฉพาะจุด (Targeted Measures) เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาในพื้นที่ที่ดอกเบี้ยส่งผลไม่ถึง ที่สำคัญคือการขยับจุดยืนจากการมองเสถียรภาพเพียงด้านเดียว สู่การสร้างสมดุลระหว่าง “เสถียรภาพ” และ “การเติบโต” เพราะหากเศรษฐกิจโตต่ำเกินไป เสถียรภาพเองก็จะสั่นคลอนในระยะยาว นโยบายการเงินและการคลังจึงต้องเดินไปด้วยกัน เพื่อดัน GDP ให้กลับสู่ศักยภาพ และยกระดับให้สูงขึ้นถึง 3.5–4% ในอนาคต

พร้อมแก้หนี้คน แก้ทุน SME ด้วยการฟื้นฐานรากเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาหนี้ไม่ใช่แค่การจัดการตัวเลขในงบดุล แต่คือการ “คืนโอกาส” ให้คนกลับมาเริ่มต้นใหม่ แนวคิดการโอนหนี้ NPL รายย่อยที่ต่ำกว่า 100,000 บาท กว่า 1.1 ล้านบัญชี ไปยัง SAM ในรูปแบบ Social AMC จึงเน้นช่วยลูกหนี้มากกว่าการทำกำไร ขณะเดียวกัน SME ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจ กำลังเผชิญภาวะสินเชื่อติดลบยาวนานถึง 14 ไตรมาส ธปท. จึงเตรียมกองทุน 100,000 ล้านบาท ร่วมกับ บสย. เพื่อลดต้นทุนความเสี่ยงของธนาคาร และเปิดทางให้สินเชื่อไหลกลับสู่ภาคธุรกิจจริง

พร้อมกับคุมทุนเทา ยกระดับความโปร่งใสทางการเงิน

อีกด้านหนึ่งของการปฏิรูป คือการจัดระเบียบธุรกรรมที่เคยอยู่นอกเรดาร์ ไม่ว่าจะเป็นการกำกับการซื้อขายทองผ่านแอปฯ การจำกัดและตรวจสอบธุรกรรมเงินสดมูลค่าสูง การควบคุม e-Money และบัญชีม้า รวมถึงการเฝ้าระวังธุรกรรมทางการเงินในช่วงเลือกตั้ง การทำงานร่วมกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำให้ยอดการเบิกเงินสดผิดปกติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่ามาตรการเชิงระบบสามารถลดพื้นที่สีเทาในระบบการเงินได้จริง

ขณะเดียวกัน มุ่งสู่ปฏิรูปค่าธรรมเนียม ด้วยความเป็นธรรมที่จับต้องได้ ซึ่งการเงินที่เป็นธรรม ไม่ได้หยุดแค่ดอกเบี้ย แต่รวมถึง “ค่าธรรมเนียม” ที่ผู้ใช้บริการต้องจ่าย ธปท. จึงเดินหน้าจัดทำมาตรฐานใหม่ให้สะท้อนต้นทุนจริง ตั้งแต่ค่าธุรกรรมพื้นฐาน ไปจนถึงค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SME โดยเฉพาะ Front-end fee และค่าปรับไถ่ถอนก่อนกำหนด ที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันและการย้ายธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาลงมือทำร่วมกัน เศรษฐกิจไทยไม่ได้ขาดการวิเคราะห์ เราวิเคราะห์กันมานานกว่าสิบปีแล้ว สิ่งที่ขาดคือ “การลงมือทำอย่างจริงจังและพร้อมกัน” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

แนวคิดของ ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ สะท้อนชัดว่าการแก้ปัญหาต้องทำทั้งระยะสั้น เพื่อให้คนอยู่รอด และระยะยาว เพื่อปรับโครงสร้างการศึกษา กฎหมาย และการลงทุน ทั้งนี้ การปฏิรูปการเงินครั้งนี้จึงไม่ใช่ภารกิจของ ธปท. เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐ เอกชน และสังคมทั้งหมด หากทำได้จริง เศรษฐกิจไทยอาจไม่เพียง “ฟื้น” แต่ก้าวไปสู่ความยั่งยืนที่รอคอยมานาน

การเงิน ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP