WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569 ติดต่อเรา
CIMB THAI ชี้ทางรอดเงินออมยุคใหม่ เห็นเทรนด์คนไทยขยับลงทุนหุ้นกู้-กองทุน สู้เงินเฟ้อ พร้อมแนะเทคนิคเลือกหุ้นกู้คุณภาพ

23 เมษายน 2569 : นายตัน คีท จิน Head, Consumer Banking ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา เริ่มเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่นิยมพักเงินไว้ในเงินฝากเพียงอย่างเดียว สู่การมองหาทางเลือกในการออมที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะทางเลือกลงทุนในหุ้นกู้ระยะสั้น และกองทุนตราสารหนี้ ที่สามารถเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน ขณะเดียวกันยังอยู่ในระดับความเสี่ยงที่บริหารได้

ประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ส่งผลกระทบตลาดการเงินผันผวน ทำให้นักลงทุนลดสินทรัพย์เสี่ยงลง และขยับไปหาที่พักเงินระยะสั้น แต่ให้ความมั่นคงมากขึ้น ในเวลาเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อเร่งตัว กลุ่มผู้ออมเงินที่ทิ้งเงินไว้ในเงินฝาก ดอกเบี้ยที่ได้รับอาจไม่ทันเงินเฟ้อ ประกอบกับแนวโน้มดอกเบี้ยช่วงขาลง หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ 1.00% (ณ 25 ก.พ. 2569) และ CIMB THAI คาดว่าจะคงระดับดังกล่าวตลอดปี ส่งผลให้เงินฝากมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนต่ำต่อเนื่อง

ดังนั้น การขยับจาก ‘การออมในเงินฝาก’ ไปสู่ ‘การออมผ่านการลงทุน’ จึงเป็นทางเลือกใหม่ของการออมในยุคนี้ ที่สามารถรับมือกับเงินเฟ้อในยุคดอกเบี้ยต่ำได้ธนาคาร จึงคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับพฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น เพื่อช่วยลูกค้าบริหารจัดการเงินออมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจในระยะยาว เหมาะสำหรับลูกค้าผู้ที่นิยมพักเงินไว้ในบัญชีเงินฝากประจำ 12–36 เดือน ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.4–1.5% ต่อปี อาจพิจารณาการเปลี่ยนให้เงินทำงานผ่านหุ้นกู้ระยะสั้น 12-36 เดือน

โดยผลตอบแทนอยู่ที่ 1.75–3.25% ต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 2% ต่อปี การขยับมาลงทุนในหุ้นกู้จะช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน 1–2 เท่า เมื่อเทียบกับเงินฝาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเพียงเล็กน้อย เงินลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 50,000 บาท ตัวอย่างหุ้นกู้ตลาดรองระยะสั้นที่น่าสนใจ ได้แก่ SC291A, BGRIM279A, IVL285A และ IVL286A และสำหรับลูกค้าที่เน้นความเสี่ยงต่ำที่สุด พันธบัตรรัฐบาลเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีความมั่นคงสูง เงินต้นมีความปลอดภัย สามารถล็อกผลตอบแทนระยะยาวได้ โดยมีผลตอบแทนประมาณ 2.4-2.9% ต่อปี ขึ้นอยู่กับอายุพันธบัตร

อีกหนึ่งทางเลือกคือ กองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ประมาณ 3.4% ต่อปี (อ้างอิงจากกองทุนรวมภายในกลุ่มกองทุนรวมตราสารหนี้ (KFAFIX-A)) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและมีผู้จัดการกองทุนดูแลอย่างมืออาชีพ

การลงทุนหุ้นกู้ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของผู้ออกตราสาร เลือกบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade และมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรมและหลายช่วงอายุหุ้นกู้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว ซึ่ง CIMB THAI ได้คัดเลือกหุ้นกู้ และกองทุนคุณภาพดี ภายใต้แนวคิด Safer Pocket หรือ ที่พักเงินสำหรับส่วนที่คุณต้องการความปลอดภัย เพื่อให้เงินของคุณเติบโตอย่างมั่นคงในทุกสภาวะตลาด

โดยสามารถซื้อหุ้นกู้ทั้งตลาดแรก-ตลาดรอง และกองทุนได้สะดวก ตัวเลือกหลากหลาย ผ่านแอป CIMB THAI พร้อมฟีเจอร์ CIMB My Bond ที่ช่วยติดตามพอร์ตหุ้นกู้แบบเรียลไทม์ ทั้งภาพรวมพอร์ต ดอกเบี้ย รายรับ และปฏิทินแจ้งเตือน ครบจบในแอปเดียว รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า CIMB Preferred หรือเมื่อมีการลงทุนตั้งแต่3ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับคำปรึกษาจากผู้แนะนำการลงทุนอย่างใกล้ชิด

การเงิน ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP