
กรุงเทพฯ, 25 พฤษภาคม 2569 : อาลีบาบา (Alibaba) ประกาศอัปเกรดชุดผลิตภัณฑ์ AI ทั้งหมดแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ บริการโมเดลต่าง ๆ ชิป AI ไปจนถึงโมเดลพื้นฐาน เพื่อเสริมแกร่งให้ลูกค้าสามารถสร้าง ติดตั้งใช้งาน และขยายขีดความสามารถของ AI agents ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสถียร และมีสมรรถนะดีมากขึ้น
Qwen3.7-Max เปิดตัวในงาน Alibaba Cloud Summit เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) รุ่นล่าสุดของอาลีบาบา ที่ออกแบบมาสำหรับการเขียนโค้ดขั้นสูงโดยเอเจนต์ (agentic coding) การคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผลที่ซับซ้อน การประมวลผลและปฏิบัติงานที่มีความยาว หลายขั้นตอน และใช้ระยะเวลานานจนสำเร็จ ทั้งนี้ Qwen3.7-Max จะเปิดให้เหล่านักพัฒนาและองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกได้ใช้งานเร็ว ๆ นี้
อาลีบาบา คลาวด์ ได้อัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานและบริการโมเดลต่าง ๆ ของตนเช่นกัน เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลและเวิร์กโหลด AI ที่พุ่งสูงขึ้นในยุคแห่งเอเจนติก โดยมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สำคัญ เช่น Panjiu AL128 Supernode Server ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายระบบการอนุมานผลของเอเจนต์ และการเทรนโมเดลขนาดใหญ่ ตลอดจนการอัปเดตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภายในแพลตฟอร์มบริการโมเดลของอาลีบาบา เพื่อปรับปรุงสมรรถนะของโมเดลอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ T-Head ซึ่งเป็นบริษัทในเครือด้านการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ของอาลีบาบา ได้เปิดตัว Zhenwu M890 ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์สำหรับการเทรนและอนุมานผล AI รุ่นล่าสุด ที่มีหน่วยความจำความจุสูง แบนด์วิดท์ระหว่างชิปที่ทรงพลัง และรองรับการประมวลผลข้อมูลตัวเลขทศนิยมขนาด 4 บิต (FP4) ได้โดยตรง
Qwen 3.7-Max: โมเดลพื้นฐานที่ตอบโจทย์รอบด้านสำหรับยุคแห่งเอเจนต์
Qwen 3.7-Max ออกแบบมาเพื่อเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของ AI agents สามารถจัดการการสร้างและแก้ไขโค้ด, ระบบอัตโนมัติสำหรับเวิร์กโฟลว์ในสำนักงาน, ตลอดจนงานซับซ้อนหลายขั้นตอนที่ต้องอาศัยการสั่งการและลงมือทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันกระบวนการ
โมเดลนี้มีเอเยนต์ที่มีความสามารถโดดเด่นรองรับการทำงานที่หลากหลาย เช่น ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านการเขียนโค้ดระดับท็อปของวงการ สามารถรองรับงานเขียนโค้ดตั้งแต่การสร้างแบบจำลองหรือตัวอย่างของหน้าตาเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือซอฟต์แวร์ในส่วนที่ผู้ใช้งานมองเห็นและมีปฏิสัมพันธ์ด้วย (frontend prototyping) ได้อย่างรวดเร็ว ไปจนถึงงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนและมีการแยกโค้ดออกเป็นหลาย ๆ ไฟล์ ทั้งยังสามารถจัดระบบและประสานการทำงานของเอเจนต์หลากหลาย (multi-agent workflows) ได้อย่างเชื่อถือได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในสำนักงาน และจัดการกระบวนการทำงานที่มีความซับซ้อน ที่สำคัญ Qwen 3.7-Max สามารถรันงานอัตโนมัติระยะยาวได้อย่างอิสระด้วยตัวเอง โดยทำงานต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 35 ชั่วโมง และจัดการการเรียกใช้เครื่องมือได้มากกว่า 1,000 ครั้ง โดยที่ประสิทธิภาพไม่ลดลง
โมเดลนี้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักที่เชื่อถือได้ให้กับระบบเอเจนต์รูปแบบต่าง ๆ ด้วยการปรับแต่งระบบเชิงลึกให้รองรับเฟรมเวิร์กเอเจนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น OpenClaw, Hermes Agent, Claude Code, Qwen Paw และ Qoder นอกจากนี้ยังทำคะแนนจากการทดสอบมาตรฐานสำคัญ ๆ อยู่ในระดับท็อป เช่น ด้านการเขียนโค้ด, เอเจนต์อเนกประสงค์, ความสามารถทั่วไป และการรองรับหลายภาษา ทำให้สามารถแข่งขันกับโมเดลระดับแนวหน้าตัวอื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ ผู้พัฒนาทั่วโลกจะสามารถเข้าใช้งานโมเดลนี้ได้ในเร็ว ๆ นี้ ผ่าน Model Studio ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้บริการโมเดลของอาลีบาบา
การคำนวณอัจฉริยะแห่งอนาคต และการบริการโมเดลที่ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพ
อาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัว Panjiu AL128 Supernode Server เพื่อรองรับการขยายขีดความสามารถในการอนุมานผล AI Agent และการเทรนโมเดลขนาดใหญ่ โดยตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Zhenwu M890 AI และชิปเครือข่าย ICN Switch 1.0 โครงสร้างระบบมีการผสานรวมตัวเร่งความเร็ว AI (AI accelerators) จำนวน 128 ตัวไว้ในแร็กเดียวอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีแบนด์วิดท์สูงถึงระดับเพตาไบต์ต่อวินาที (PB/s) ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการคำขอใช้งานที่เข้ามาพร้อมกันด้วยปริมาณมหาศาลจากระบบเอเจนต์ได้อย่างดีเยี่ยม
Panjiu AL128 เปิดให้ใช้งานแล้วบน Model Studio สำหรับตลาดจีน (หรือบนแพลตฟอร์ม “Bailian”) เพื่อสนับสนุนให้องค์กรธุรกิจในประเทศจีนสามารถจัดการกับความต้องการด้านการเทรนโมเดลและการอนุมานผลในภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Bailian เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดด้วยการเปิดตัว Agentic RL ซึ่งเป็นกลไกการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (reinforcement learning) ที่ขับเคลื่อนด้วยการป้อนกลับผลลัพธ์จากการทำงานของ เอเจนต์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโมเดลอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ Bailian ยังมาพร้อมฟังก์ชันควบคุมความปลอดภัยในตัวที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเอเจนต์ที่ทำงานอย่างอิสระนั้นจะอยู่ภายใต้กรอบและขอบเขตที่กำหนดไว้เสมอ

ชิปและซอฟต์แวร์สแต็กใหม่ล่าสุดจาก T-Head เพื่อการเทรนและการอนุมาน AI
Zhenwu M890 คือชิปเร่งความเร็ว AI ล่าสุดจาก T-Head ให้ประสิทธิภาพแรงขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้เช่น Zhenwu 810E มาพร้อมหน่วยความจำ GPU สูงถึง 144 กิกะไบต์ และ แบนด์วิดท์เชื่อมต่อระหว่างชิปแรงถึง 800 กิกะไบต์ต่อวินาที ตัวชิปยังรองรับรูปแบบด้านความแม่นยำข้อมูลหลากหลาย ตั้งแต่โครงสร้างใหญ่เช่น FP32 (32-bit floating-point) ไปจนถึงขนาดเล็กที่ FP4 (4-bit floating-point) ช่วยให้รองรับได้ทั้งการเทรนโมเดลที่ต้องการความแม่นยำสูง และการอนุมานโมเดลที่ต้องการความแม่นยำต่ำเป็นพิเศษ (ultra-low-precision)
ศักยภาพเหล่านี้ตอบโจทย์สถาปัตยกรรม agentic AI ที่ซับซ้อนได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้หน่วยความจำสูงมากในการจำบริบท ต้องใช้การรับส่งข้อมูลความเร็วสูงเพื่อประสานงานระหว่างกลุ่มเอเจนต์ และใช้การคำนวณแบบ low-precision เพื่อให้รันงานได้เร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ชิปนี้พัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมการคำนวณแบบขนาน (parallel computing architecture) ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ T-Head และใช้โปรโตคอลการเชื่อมระหว่างชิปแบบปรับแต่งเอง ICN (Inter-Chip Network)
นอกจากตัวเร่งความเร็ว AI แล้ว T-Head ยังได้เปิดตัว ICN Switch 1.0 ซึ่งเป็นชิปสวิตชิ่ง (switching chip) เฉพาะทาง ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อแบบขยายขนาดในแนวตั้ง (scale-up networks) ที่มีแบนด์วิดท์สูงและความหน่วงต่ำ (low-latency) สำหรับกลุ่มคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์ (compute clusters) สามารถมอบแบนด์วิดท์รวม (aggregate bandwidth) ได้สูงถึง 25.6 Tbps ทั้งยังมีความหน่วงที่ต่ำเป็นพิเศษและปราศจากปัญหาการติดขัดของข้อมูล การจับคู่ระหว่างชิป Zhenwu M890 และ ICN Switch 1.0 นี้ จะช่วยให้ชิปเร่งความเร็วทั้ง 64 ตัวสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้อย่างเต็มสปีด ส่งผลให้ประสิทธิภาพทางประมวลผลและความเสถียรของระบบคำนวณอัจฉริยะขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ T-Head ยังได้เปิดตัว T-Head SAIL™ ซอฟต์แวร์สแต็กที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง เพื่อปลดล็อกศักยภาพในการคำนวณขั้นสูงสุดของชิปออกมาอย่างเต็มที่
T-Head ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ชิป AI ของบริษัทฯ ได้รับการยอมรับและนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในภาคธุรกิจ ปัจจุบันมีการส่งมอบชิปตระกูล Zhenwu ไปแล้วกว่า 560,000 ชุด นอกจากนี้ ลูกค้าภายนอกองค์กรมากกว่า 400 รายจาก 20 กลุ่มอุตสาหกรรม เช่น บริษัทผู้ผลิตยานยนต์และผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำ ต่างเลือกใช้งานชิปดังกล่าวเพื่อขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการอัจฉริยะของตน 









