
2 มิถุนายน 2569 : เปิดแล้ววันที่ 19 มิถุนายน 2569 นับว่าเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของอุตสาหกรรมการเงินไทย เมื่อ “ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน)” หรือ CLICX เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในฐานะ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขาแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือของ 3 พันธมิตรหลัก ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ภายใต้ชื่อ AIS และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR
การเปิดตัวครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มผู้เล่นรายใหม่ในอุตสาหกรรมธนาคาร แต่ยังถูกวางให้เป็นกลไกสำคัญในการผลักดัน Financial Inclusion หรือการสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบและยังต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ
จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมการเงินไทย
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กล่าวว่า การเปิดตัว CLICX ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินไทย ภายใต้แนวคิดการสร้างธนาคารดิจิทัลยุคใหม่ที่สามารถเข้าถึง เข้าใจ และตอบโจทย์ลูกค้าได้ลึกกว่ารูปแบบบริการทางการเงินแบบเดิม โลกการเงินในอนาคตจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีและข้อมูลรูปแบบใหม่เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาบริการ เพื่อให้ระบบการเงินเชื่อมโยงเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างแท้จริง CLICX จึงถูกวางบทบาทให้เป็นแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลที่มุ่งยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน ผ่านการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาบริการทางการเงินให้มีความง่าย ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ข้อมูล (Data) และเทคโนโลยีดิจิทัลในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
โดยจุดแข็งสำคัญของ CLICX คือการผนึกกำลังระหว่างพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญใน 3 ด้าน ได้แก่ ธุรกิจการเงิน เทคโนโลยีดิจิทัลขนาดใหญ่ และการสร้างประสบการณ์ลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารสามารถพัฒนาระบบที่มีเสถียรภาพ รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และเชื่อมโยงบริการต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ
AIS นำ Big Data และ AI เสริมศักยภาพธนาคารดิจิทัล
นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า Virtual Bank ถือเป็นก้าวสำคัญของ AIS ในการขยายบทบาทจากผู้ให้บริการด้านการเชื่อมต่อ ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทางการเงินและการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้า
AIS พร้อมนำศักยภาพด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาต่อยอดเพื่อพัฒนาบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ โดยจะใช้ AI และ Cloud Computing เข้ามาช่วยวิเคราะห์และทำความเข้าใจลูกค้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้นเขากล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ Virtual Bank คือการเปิดโอกาสให้กลุ่มประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ หรือกลุ่มที่เข้าถึงได้ยาก สามารถใช้บริการทางการเงินได้สะดวกขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่ช่วยลดข้อจำกัดของระบบธนาคารแบบเดิม
"Virtual Bank จะไม่ใช่เพียงธุรกิจใหม่เพื่อสร้างผลกำไร แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบเศรษฐกิจและโครงสร้างการเงินของประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น" นายปรัธนา กล่าว
OR เชื่อมโลกออฟไลน์และดิจิทัลสู่ระบบการเงินใหม่
ด้านหม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า OR ต้องการสร้างโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดี ควบคู่ไปกับการเข้าถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ
OR มีจุดแข็งจากเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน PT Station ประมาณ 2,400 สาขา และร้าน Café Amazon มากกว่า 4,500 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงบริการทางการเงินเข้ากับชีวิตประจำวันของประชาชน
นอกจากนี้ OR ยังมีแผนเชื่อมโยงแพลตฟอร์มดิจิทัล ระบบสมาชิก Blue Card และฐานข้อมูลลูกค้าเข้ากับบริการทางการเงินของ CLICX เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
หม่อมหลวงปีกทอง ระบุว่า การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อแบบดั้งเดิม สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น
“Born on the Layer” ธนาคารที่เกิดมาเพื่อโลกดิจิทัล
ขณะที่นางสาวสุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLICX กล่าวว่า ธนาคารจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 โดยCLICXจะแตกต่างจาก Mobile Banking ทั่วไป เพราะไม่ได้พัฒนาต่อยอดมาจากธนาคารที่มีสาขา แต่ถูกสร้างขึ้นเป็นธนาคารดิจิทัล 100% ตั้งแต่วันแรก หรือ "Born on the Layer" ทำให้สามารถออกแบบบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างคล่องตัวและอยู่กับลูกค้าได้ตลอดเวลา
CLICX ใช้ระบบ Cloud เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก ทำให้สามารถรองรับการขยายตัวของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว หากมีลูกค้าเข้ามาใช้งานจำนวนมาก ระบบก็สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับได้ทันทีด้วยการไม่มีต้นทุนด้านสาขา ธนาคารจึงสามารถนำทรัพยากรไปลงทุนด้านเทคโนโลยี ข้อมูล และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น
พลังข้อมูลจาก AIS, OR และกรุงไทย
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ CLICX คือการนำข้อมูลจาก 3 พันธมิตรหลัก ได้แก่ AIS, OR และธนาคารกรุงไทย มาวิเคราะห์ร่วมกัน สำหรับข้อมูลจาก AIS จะสะท้อนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการสื่อสาร ขณะที่ข้อมูลจาก Blue Card ของ OR สามารถสะท้อนรูปแบบการใช้จ่ายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่วนข้อมูลจากธนาคารกรุงไทยจะช่วยเสริมความเข้าใจด้านพฤติกรรมทางการเงิน การประมวลผลข้อมูลร่วมกันผ่าน Big Data และ AI จะช่วยให้ธนาคารมองเห็นศักยภาพของลูกค้าในมิติที่กว้างกว่าการพิจารณารายได้ประจำเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้สามารถประเมินความเสี่ยงและปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มฟรีแลนซ์ ผู้มีรายได้รายวัน (Daily Wage Earners) และผู้ประกอบการ SME ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
เปิดบัญชี 0 บาท ก่อนทยอยเปิดสินเชื่อ
โดยเบื้องต้น CLICX จะเริ่มให้บริการด้านเงินฝากก่อน ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีได้ด้วยเงินเริ่มต้น 0 บาท หลังจากนั้น ธนาคารจะทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการทางการเงินอื่น ๆ เพิ่มเติมในช่วงเดือนต่อๆไป เพื่อสร้างแรงจูงใจในการใช้งาน ช่วงเริ่มต้นจะมีแคมเปญร่วมกับพันธมิตร เช่น การแลกรับเครื่องดื่ม Café Amazon สิทธิประโยชน์ด้านน้ำมันจาก OR และสิทธิประโยชน์ด้านอินเทอร์เน็ตหรือดิจิทัลเซอร์วิสจาก AIS ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมุ่งสร้างความคุ้มค่าให้ลูกค้าควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน
ไม่มีสาขา แต่ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แม้จะไม่มีสาขา แต่ลูกค้าสามารถติดต่อธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างครบวงจร ทั้ง Chat ในแอปพลิเคชัน ระบบ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ Call Center หมายเลข 1188 รวมถึงการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นผ่าน AIS Shop
นางสาวสุพร ระบุว่า เกณฑ์กำกับดูแล Virtual Bank ของประเทศไทยมีความเข้มงวดในระดับสูง เทียบเท่าหรือสูงกว่าหลายประเทศ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำบทเรียนจากต่างประเทศมาพัฒนามาตรฐานเพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบการเงินไทย
ความท้าทายบนเส้นทาง Virtual Bank
แม้หลายประเทศทั่วโลกจะมี Virtual Bank เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่การทำให้ธุรกิจสามารถสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืนยังเป็นเรื่องท้าทาย โดยหลายแห่งต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปีจึงจะถึงจุดคุ้มทุน
สำหรับ CLICX เป้าหมายสำคัญในระยะแรกจึงไม่ใช่ผลกำไร แต่เป็นการสร้างระบบที่มีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน และพิสูจน์ว่าสามารถช่วยกลุ่มประชาชนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน รวมถึงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้จริง
หากภารกิจนี้ประสบความสำเร็จ CLICX อาจไม่ได้เป็นเพียง Virtual Bank แห่งแรกของไทย แต่จะกลายเป็นต้นแบบใหม่ของการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการเงิน ดึงประชาชนออกจากหนี้นอกระบบ และสร้างระบบการเงินที่เปิดกว้างสำหรับทุกคนในระยะยาว โดยสำนักงานใหญ่ของธนาคารตั้งอยู่ที่อาคารซีอาร์ ทาวเวอร์ (Gaysorn Tower) ใจกลางกรุงเทพมหานคร 









