WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569 ติดต่อเรา
ปิดแล้ว!! โครงการ Econmass Fit Hero Season#3 สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ 60 คน ใช้เวลา 12 สัปดาห์ สุขภาพแข็งแรงถ้วนหน้า ผลเลือดดี – รวมก้าวเดินทั้งโครงการ กว่า 61,968 กิโลเมตร เทียบเท่าระยะทางจากกรุงเทพ – ลอนดอน

22 กันยายน 2569 : สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ สสส.เครือข่ายคนไทยไร้พุง และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ปิดโครงการ Econmass Fit Hero Season#3 ณ ชั้น 5 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่

โครงการดูแลสุขภาพผู้สื่อข่าวตลอด 12 สัปดาห์ มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการจำนวน 60 คน โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมมีสุขภาพที่แข็งแรง และ ลดความเสี่ยงต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการปรับองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) เป็นสำคัญ มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงตัวเลขน้ำหนักตัว โครงการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจาก ทีมวิทยากร โค้ช นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และนักกำหนดอาหาร ทั้งนี้กิจกรรมในวันปิดโครงการถือเป็น จุดเริ่มต้นของการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ในชีวิตประจำวัน

ดร.เตชิต เลิศเอนกวัฒนา อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรออกกำลังกาย เครือข่ายคนไทยไร้พุง และ คุณวารินทร์ คณะเสน นักกำหนดอาหารวิชาชีพ เครือข่ายคนไทยไร้พุง ร่วมสรุปความสำเร็จทบทวนภารกิจตลอด 12 สัปดาห์ โดยเริ่มต้นในสัปดาห์แรก เน้นการกิน เน้นปรับการกินตามหลัก 2:1:1 โดยแบ่งจัดใส่กล่อง/จาน ให้ช่องใหญ่ที่สุดเป็นผัก ส่วนอีก 2 ช่องเล็กเป็นข้าวและโปรตีนคุณภาพไขมันต่ำ ผักช่วยเพิ่มใยอาหาร ทำให้อิ่มนาน ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมัน ไม่แนะนำให้รับประทานผลไม้แทนผัก เนื่องจากผลไม้มีน้ำตาล สะสมเวลาออกกำลังกาย 80 นาที/สัปดาห์

พร้อมทำความเข้าใจเรื่อง Warm-up เน้นการขยับร่างกายให้อุ่นขึ้น ไม่ใช่การยืดเหยียด และไม่นับรวมในเวลาออกกำลังกายหลัก เลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง โดยให้ข้อสังเกตว่า ข้าวไรซ์เบอร์รีต้องเป็นชนิดที่ไม่ขัดสี ต้องเป็นข้าวที่ยังมีเปลือกกะเทาะอยู่ ถึงจะถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี

ปรับลดความหวาน และลดเค็มด้วยหลัก “กินเนื้อเหลือน้ำ” ละเว้นการกินน้ำซุป น้ำผัด น้ำยำ น้ำสลัด และน้ำจิ้ม เพื่อช่วยลดโซเดียม น้ำตาล และไขมัน เลือกโปรตีนคุณภาพและควบคุมไขมัน ซึ่งการลดการใช้น้ำมันในอาหารอย่างน้อยวันละ 1 มื้อ สามารถช่วยลดพลังงานลงได้ถึง 200 กิโลแคลอรีต่อวัน ขณะเดียวกันสะสมการออกกำลังกาย 150 นาที/สัปดาห์ เน้น Bodyweight Training ฝึกช่วงบน และ Strength Training ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงจนกล้ามเนื้อเกิดความล้า เพื่อกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก ( WHO) แนะนำขั้นต่ำ 150 นาที/สัปดาห์สำหรับการดูแลสุขภาพทั่วไป แต่หากต้องการลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อแนะนำได้ถึง 300 นาที/สัปดาห์

พร้อมกันนี้ยัง มีคำแนะนำรับประทานผลไม้หวานน้อยปริมาณ 1 กำมือต่อมื้อ ไม่เกิน 2 กำมือเล็ก/วัน หรือผลไม้รถเข็นไม่เกิน 1 ถุง/วัน และควรหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้สกัดเย็น/คั้นสด เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป โดยในสัปดาห์ที่ 9-10 เพิ่มเวลาสะสมการออกกำลังกายเป็น 180 นาที/สัปดาห์ เน้น Unilateral Exercise (ฝึกออกกำลังกายทีละข้าง) และฝึกการทำงานประสานกันของระบบประสาทและร่างกาย (Cognitive Function & Coordination) จากเดิมสะสม 150 นาที/สัปดาห์ ร่วมกับการฝึก HIIT (หนักสลับเบา) และ Balance Training (ฝึกการทรงตัวทั้งแบบ Static และ Dynamic เพื่อป้องกันการล้มและเพิ่มความสมดุล) ขณะที่ในสัปดาห์ที่ 11-12 สะสมเวลาออกกำลังกาย 200 นาที/สัปดาห์ และเน้น การยืดเหยียดแบบค้าง หลังออกกำลังกาย เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อและระบาย กรดแลกติก และงดอาหารหวานมัน เค็ม อย่างยั่งยืน ประเมินการเปลี่ยนแปลงตนเอง พร้อมตั้งเป้าหมายสุขภาพในระยะยาวต่อไป

ดร.เตชิต กล่าวสรุปว่า ผู้เข้าร่วมโครงการ 92% มีระดับความกระฉับกระเฉงสูง สามารถเดินสะสมตั้งแต่ 19,000 ก้าวขึ้นไป ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดสามารถสะสมจำนวนก้าวเดินรวมได้ถึง 88,952,652 ก้าว คิดเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้น 61,968 กิโลเมตร เทียบเท่ากับระยะทางกรุงเทพ-ลอนดอน ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของผู้เข้าร่วมทุกคน โดยทีมที่ทำคะแนนได้อันดับหนึ่ง ทำผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในโครงการ เริ่มต้นก้าวรวมจาก 1,000,000 ก้าว เพิ่มขึ้นเป็น 2,690,000 ก้าว มีค่าเฉลี่ยสูงถึง 22,679 ก้าว/คน/วัน

คุณพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าว ขอบคุณผู้จัดโครงการและ สสส. ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการดี ๆ นี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในปีนี้ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของนักข่าวทุกคนอย่างชัดเจน ซึ่งหลายคนมีความภาคภูมิใจในผลลัพธ์ของตนเอง เช่น น้ำหนักลดลง 10 กิโลกรัม และ รอบเอวลดลง 4 นิ้ว ส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและไม่สามารถหาซื้อได้ นอกเหนือจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว โครงการนี้ยังช่วยฝึกฝน การตั้งเป้าหมาย และ การเรียนรู้วิธีการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นกระบวนการคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในทุก ๆ บทบาทได้จริง เมื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะสร้างความภาคภูมิใจและกลายเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตต่อไป จึงขอสนับสนุนให้นักข่าวทุกคนรักษาโอกาสในการดูแลสุขภาพนี้ไว้

คุณพิมพ์รภัส ศิริไพรวัน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าวปิดโครงการสู่ “ECONMASS FIT HERO #3” ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2569 จนถึงวันนี้ ทุกคนได้ร่วมกันเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลตัวเอง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ไม่มากก็น้อยสำหรับสมาคมฯ โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเรื่องน้ำหนักหรือตัวเลขสุขภาพเท่านั้น แต่เราอยากเห็นพี่ ๆ น้อง ๆ สมาชิก มีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุข และมีพลังในการทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

“ในนามของสมาคมฯ ขอขอบคุณ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สสส. เครือข่ายคนไทยไร้พุง มูลนิธิโรงพยาบาลลาดพร้าว รวมถึงผู้สนับสนุน และทีมงานทุกฝ่าย ที่ร่วมกันดูแลและสนับสนุนพวกเรามาตลอดโครงการและขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ตั้งใจและร่วมกิจกรรมมาตลอดโครงการ หวังว่า ECONMASS FIT HERO #3 จะไม่จบลงเพียงวันนี้ แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป” นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าว

ด้าน คุณอนันตเดช พงษ์พันธุ์ บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ นสพ.แนวหน้า ผู้รับรางวัลร่างทอง และบุคคลจอมขยันในโครงการ Econmass Fit Hero Season#3 ในฐานะผู้มีก้าวเดินเฉลี่ย 50,000 ก้าวต่อวัน กล่าวว่า โครงการในครั้งนี้ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจจนสามารถลดน้ำหนักลงไปถึง11 กก. จากเดิมที่ตัวเองเป็นคนน้ำหนักขึ้นง่าย และเหนื่อยง่ายแม้แค่เดิน และมีพฤติกรรมดื่มเครื่องดื่มแอลกอออล์ เมื่อเข้าร่วมโครงการแล้วเหมือนถูกบังคับ ให้ดูแลตัวเองมากขึ้น ลดละเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงได้ ทำให้ทุกวันนี้เป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นกิจวัตรต้องวิ่งให้ได้อย่างน้อย 10-20 กิโลเมตร ประกอบกับการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์

“ถ้าน้องๆ นักข่าว ต้องไปทำข่าวข้างนอกหรือเลิกงานดึก เมื่อหิวแทนที่จะกินขนมปังในร้านสะดวกซื้อ ขอให้เปลี่ยนเป็นกินผลไม้หรือโปรตีนอย่างถั่วต่างๆแทน จ่ายเงินซื้อรองเท้าออกกำลังกาย ราคาถูกกว่าหาหมอรักษาโรคเอ็นซีดี ” ผู้สื่อข่าวรางวัลร่างทอง กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ผู้ร่วมโครงการได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลลาดพร้าว มาตรวจเลือดก่อนและหลังร่วมโครงการ และได้รับเงินรางวัลสนับสนุนจากสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และบัตรของขวัญจากบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และของรางวัล จากบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือDOD ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์สุภาพโอสถ จากบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP

ไลฟสไตล์ ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP