WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ติดต่อเรา
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ชี้ วิกฤติโควิดทำพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน พร้อมคุมหนี้เสียต่อเนื่อง หลัง NPLโดยรวมขยับมาอยู่ที่ 2.25%

9 พฤศจิกายน 2563 : นางสาวณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า เมื่อพิจารณาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้หนี้เสียโดยรวมเพิ่มขึ้นปัจจุบันอยู่ที่ 2.25% เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนเกิดโควิด-19เดือน ก.พ. 2563 ที่ 2.14%

จากหนี้เสียดังกล่าว เป็นหนี้เสียในส่วนของบัตรเครดิตปัจจุบันอยู่ที่1.5% ช่วงก.พ.2563อยู่ที่ 1.31% หนี้เสียส่วนบุคคลปัจจุบันอยู่ที่ 3% ช่วงก.พ.2563อยู่ที่2.9% ทั้งนี้ เชื่อว่าปีนี้หนี้เสียโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมั่นใจในการบริหารจัดการหนี้เสียได้ เนื่องจากบริษัทได้เพิ่มระยะเวลาให้ลูกหนี้ในการขอเข้าโครงการพักชำระหนี้ได้ถึงช่วงปี 2564 ซึ่งในโครวการฯนี้ในส่วนของการยืดการชำระหนี้จากเดิมที่ให้สูงสุดที่ 48 เดือน เป็น 96 เดือนแทน ส่วนแผนธุรกิจปี 2564 อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)

นางสาวณญาณี กล่าวอีกว่า สำหรับผลประกอบการในไตรมาสที่ 3/2563 ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์เริ่มปรับตัวดีขึ้นเทียบกับช่วงล็อคดาวน์ โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 196,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ 58,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 133,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สภาวะการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันค่อนข้างผันผวน บริษัทจึงเตรียมปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจ ด้วยการเน้นการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ด้วยการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

โดยนำเอาดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และยกระดับคุณภาพการบริการ เช่น บริการส่งใบเรียกเก็บเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-billing), การใช้ระบบดิจิทัล เวิร์คโฟลว์ และการนำหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการทำงานที่มีการทำซ้ำ (Robotic Process Automation-RPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ, รวมถึง บริการใหม่ๆ ในแอปพลิเคชั่นยูชูส (UCHOOSE) เช่น U Manage บริการที่เปิดให้สมาชิกบัตรสามารถดำเนินการผ่านแอปด้วยตนเอง เช่น ตรวจสอบยอดชำระของบัตรเครดิตและสินเชื่อ,  ขอ e-statement

บริการจ่ายบิลผ่านแอป KMA และ SCB, U Product บริการแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินและประกันภัย,UMall บริการนำเสนอดีลพิเศษสำหรับสินค้าหรือบริการจากพันธมิตรของบริษัท, และ UCard บริการรับสมัครบัตรใหม่ผ่านทางแอปแบบ Digital Lending ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 4 นี้

โดยบริษัทคาดว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในไตรมาสที่ 4 จะเติบโต 25% เทียบกับในไตรมาสที่ 3 และคาดว่าตลอดทั้งปี 2563 จะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตร 280,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อใหม่ 83,000 ล้านบาท และยอดสินเชื่อคงค้าง 144,000 ล้านบาท ด้วยปัจจัยลบจากโคสิด-19 ส่งผลให้ปีนี้มีบัญชีลูกคีาใหม่แตะที่500,000 แสนบัญชี ลดลงจากปีที่ผ่านมา -44%

นางสาวณญาณี กล่าวว่า สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรเครดิตจากข้อมูลของสายงานยุทธศาสตร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึกของบริษัท พบว่า หมวดประกันภัย และหมวดซุปเปอร์มาร์เก็ตยังคงเป็นหมวดใช้จ่ายผ่านบัตรที่สูงที่สุด ซึ่งเป็นหมวดที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยยังคงมียอดใช้จ่ายใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ขณะที่หมวดโรงแรมในประเทศ, ร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้า, แฟชั่น, ความงามและเครื่องสำอาง มีสัญญาณที่ดีขึ้นหลังคลายล็อคดาวน์

การท่องเที่ยวในประเทศ ยอดจองโรงแรมในเดือนส.ค.-ก.ย.2563 มีแนวโน้มสูงขึ้น คาดว่า เป็นผลจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค รวมถึงมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ยอดจองตั๋วเครื่องบินและยอดใช้จ่ายในหมวดตัวแทนท่องเที่ยว โดยรวมส่วนใหญ่ยังซบเซา ยกเว้นตัวแทนท่องเที่ยวที่เป็นพันธมิตรหลักในโครงการเราเที่ยวด้วยกันของรัฐ และยอดจองตรงกับโรงแรม ซึ่งมียอดสูงขึ้น นอกจากนี้ ยอดใช้จ่ายในหมวดบริการเช่ารถยังเติบโตขึ้น แสดงถึงความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวแบบส่วนตัวมากขึ้น

ส่วนยอดใช้จ่ายในหมวดช้อปปิ้งออนไลน์ ยังคงเติบโตต่อเนื่องแต่เริ่มมีแนวโน้มช้าลง โดยตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ยอดใช้จ่ายออนไลน์เติบโตกว่าปีที่แล้วกว่า 150% แต่หลังเดือนพฤษภาคม เติบโตเพียง 75% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลูกค้าทุกวัยยังคงมีแนวโน้มใช้จ่ายในหมวดช้อปปิ้งออนไลน์เพิ่มขึ้น หมวดสินค้าตกแต่งบ้าน ช่วงล็อคดาวน์ ลูกค้าซื้อสินค้าหมวดสินค้าตกแต่งบ้านผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าตัว และหลังคลายล็อค ยอดขายหน้าร้านก็เพิ่มสูงขึ้นมาก แสดงถึงความสนใจในการตกแต่งบ้านที่เพิ่มขึ้น

ด้านยอดใช้จ่ายในหมวดบริการสั่งอาหาร (Food Delivery) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เติบโตขึ้นกว่าในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 3 เท่าตัว หมวดบริการสตรีมมิ่งและความบันเทิงออนไลน์ เติบโตสูง แม้หลังช่วงคลายล็อคดาวน์ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y ขณะที่หมวดความบันเทิง เช่น โรงหนัง ยังคงซบเซา แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้บริการสตรีมมิ่งและความบันเทิงออนไลน์มากขึ้น

ธุรกิจ ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP