
25 กุมภาพันธ์ 2569 : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย( คปภ.) เปิดเผยถึง การประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในปี 2568 พบว่าภาคธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มมีการใช้จ่ายของผู้บริโภคเฉลี่ยราว 600,000 ล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง และมีสถานประกอบการประมาณ 700,000 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยในทุกภูมิภาคของประเทศ ประกอบกับการเติบโตภาคการท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติกลับมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นในลักษณะเที่ยวด้วยตนเอง (FIT) หรือการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเข้ามารับประทานอาหารไทย เพื่อดื่มด่ำวัฒนธรรมมากขึ้น
สำนักงานคปภ. จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารพิจารณาจัดให้มีความคุ้มครองประกันภัยพื้นฐานที่สอดคล้องกับลักษณะและระดับความเสี่ยงของธุรกิจ ภายใต้โครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง”โดยควรครอบคลุมการประกันอัคคีภัย เพื่อคุ้มครองอาคารและทรัพย์สินภายในร้าน การประกันภัย ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพื่อคุ้มครองกรณีผู้บริโภคได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการใช้บริการ การประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการสูญเสียรายได้ในช่วงที่ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ รวมถึงการประกันภัยโจรกรรมเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินจากการสูญหายหรือความเสียหาย และการออกตราสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคว่าร้านดังกล่าวมีการบริหารความเสี่ยงและมีความคุ้มครองประกันภัยที่เหมาะสม
"ความเสี่ยงที่สำคัญของธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่ ความเสียหายด้านทรัพย์สินจากอัคคีภัย น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติ ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจก่อให้เกิดความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งก็คือลูกค้าที่มาทานอาหาร ตลอดจนความเสียหายจากการหยุดชะงักของธุรกิจจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้รายได้หายไปในช่วงที่ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ รวมถึงความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การโจรกรรม การฟ้องร้องดำเนินคดี หรือความเสียหายต่อชื่อเสียงของกิจการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย เหตุการณ์รุนแรงเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลให้กระแสเงินสดสะดุด และไม่สามารถฟื้นตัวกลับมา ดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง"
ทั้งนี้ ในปี 2569 สำนักงาน คปภ. มุ่งขยายการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในทุกจังหวัดทั่วประเทศไปพร้อมๆ กัน แต่มีกิจกรรมเป้าหมายในบางจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต และขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีความหนาแน่นของธุรกิจร้านอาหารและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจบริการและการท่องเที่ยวของประเทศ การดำเนินงานเชิงรุกในพื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว 












