WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569 ติดต่อเรา
อินชัวร์ เอกซ์ นายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย รีแบรนด์ครั้งใหญ่จาก SCB Protect พลิกโฉมโบรกเกอร์ฯ สู่ที่ปรึกษาด้านประกัน วางหมากอีก 5 ปี ดันเบี้ยแตะ 10,000 ล้านบาท

9 มิถุนายน 2569  : นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัทฯ ประกาศรีแบรนด์จาก ไทยพาณิชย์ โพรเทค (SCB Protect) สู่ อินชัวร์ เอกซ์ (InsureX) โดยบริษัทยังคงอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงิน SCBX และมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้น 100% การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อบริษัท แต่ยังต้องการเปลี่ยนวิธีการดูแลลูกค้าจากการขายผลิตภัณฑ์ประกัน สู่การดูแลชีวิตผู้คนเพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครอง พร้อมกับยกระดับมาตรฐานการให้คำปรึกษาด้านความคุ้มครองของไทย โดยยึดมั่นในหลักการดำเนินงานของ อินชัวร์ เอกซ์ ที่สอดรับกับอนาคตของธุรกิจประกันที่มุ่งมั่นเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ภายใต้ปรัชญา 4INs ประกอบด้วย Intelligence เพื่อเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง Innovation เพื่อใช้ AI และเทคโนโลยี ออกแบบความคุ้มครองเฉพาะบุคคล Integrity เพื่อสร้างความไว้วางใจ ผ่านความจริงใจและโปร่งใส และ In-Touch เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่า ไม่ว่าช่วงเวลาสำคัญของชีวิตจะเป็นอย่างไร InsureX พร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ ให้คุณได้ชัวร์ทุกก้าวชีวิต

"SCB Protect เกิดมาในช่วงโควิดทำให้การบริหารงานที่จะไปพบปะกับลูกค้าติดอุปสรรค และช่วงนั้นกลยุทธ์หลักจึงขายผ่านช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง ส่งผลให้ช่องทางขายผ่านโทรศัพท์เติบโตสูงมากและเป็นช่องทางที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งมาจนถึงปัจจุบัน แต่วันนี้ได้ผ่านพ้นวิกฤติโควิดแล้วการประกันต่างๆ ก็ยังคงอยู่ในความนิยมและยังคงเติบโตสูง ตัวแทนหรือนายหน้าประกันชีวิตสามารถเข้าพบลูกค้าเพื่อนำเสนอแบบประกันได้ จึงมองว่านี่คือโอกาสอีกครั้งที่เราในฐานะเป็น "InsureX" ความแข็งแกร่งเดิมยังคงมีอยู่ ความแข็งแกร่งใหม่ที่จะเสริมเข้าไปคือทีมที่เพิ่งเปิดตัวนั้นจะช่วยผลักดันให้มียอดขายเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ธุรกิจประกันภัยสามารถฝ่าฟันไปได้ ตนมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ค่อนข้างสูง รวมทั้งมีรากฐานที่แข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็นบริษัทแม่คือธนาคารไทยพาณิชย์ หรือฐานลูกค้าเดิม จึงมองว่าต่อให้ภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ประกันยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเดินทางต่อไปและประสบความสำเร็จในอนาคคได้" นางสาวณภัชชา กล่าว

นอกจากนี้ แนวโน้มของตลาดประกันในระยะถัดไปจะเห็นการเปลี่ยนผ่านจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเดี่ยวไปสู่การออกแบบความคุ้มครองแบบองค์รวม เพื่อยกระดับคุณภาพของเบี้ยประกันในระยะยาว โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีฐานลูกค้าสะสมที่ให้บริการแล้วกว่า 600,000 ราย และมีเบี้ยประกันรวม (ประกันชีวิตและประกันวินาศภัย) กว่า 4,300 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์และการให้ความสำคัญในการทำให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสม บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันรวมจะเติบโตสู่ระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 และคาดว่าจะมีฐานลูกค้าจำนวน 1 ล้านราย โดยเบี้ยประกันเฉลี่ยควรอยู่ที่ 40,000 บาทต่อคน และ 100,000 บาทต่อครอบครัว ขณะเดียวกัน เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัทมีแผนขยายจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันจากปัจจุบัน 550 คน เป็น 5,000 คนภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันระดับ MDRT และ TOT จากปัจจุบัน 22 คน เป็น 200 คน เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้คำแนะนำและการดูแลลูกค้าในระยะยาว

"สำหรับการเติบโตของเบี้ยประกันภัยนั้นคาดว่าจะมีอัตราเติบโตปีละ 500 ล้านบาท ยกตัวอย่างปีนี้ 4,500 ล้านบท คาดอีก 5 ปีข้างหน้าเบี้ยประกันจะแตะ 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันสัดส่วนเบี้ยประกันภัยและประกันชีวิตมีสัดส่วน 50:50 ใกล้เคียงกัน ด้านประกันชีวิตมีพันธมิตรหลักคือ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ส่วนด้านประกันภัย เอไอจี, ชับบ์ และบริษัทประกันรถยนต์มีกระจายให้บริการ 15 บริษัท สำหรับตัวแทนที่ปรึกษาด้านประกันระดับ MDRT (Million Dollar Round Table)ปัจจุบันมี 21 คน มีตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินระดับท็อป TOT (Top of the Table) 1 คน เมื่อสร้างตัวแทนระดับท็อปได้เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะผลักดันให้ตัวแทน MDRT เพิ่มขึ้นตามมา โดยตั้งเป้าปี 2030 จะมีตัวแทน MDRT 200 คน"

นางสาวณภัชชา กล่าวเพิ่มเติมว่า อินชัวร์ เอกซ์ มีเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มระดับกลาง-บน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการวางแผนความคุ้มครองระยะยาว และยังมีช่องว่างด้านการบริหารความเสี่ยงอีกมาก อีกทั้งอินไซต์ของคนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ต้องการที่ปรึกษาที่สามารถให้คำแนะนำ มากกว่าการถูกขาย ต้องการความง่ายและโซลูชันครบจบในที่เดียว บริษัทจึงได้ยกระดับบทบาทของทีมขายสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านประกัน (Holistic Protection Advisory) ด้วยแผนการเสริมประสิทธิภาพและขยายทีมขายต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทมีแผนพัฒนาตัวแทนระดับ MDRT ซึ่งเป็นระดับมาตรฐานสะท้อนความเป็นเลิศของที่ปรึกษาด้านประกันในระดับสากล เพื่อยกระดับคุณภาพการให้คำแนะนำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ปรึกษาด้านประกันของอินชัวร์ เอกซ์ ไม่เพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกัน แต่ต้องสามารถให้คำแนะนำด้านความคุ้มครองแบบองค์รวมที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต ความเสี่ยง และบริบททางการเงินของแต่ละบุคคลได้อย่างแท้จริง

“พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคย และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ การเงิน และรูปแบบการใช้ชีวิต ความคุ้มครองจึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอสิ่งที่ลูกค้ามั่นใจ แต่ต้องนำเสนอสิ่งที่เข้าใจในชีวิตอย่างแท้จริง และพร้อมดูแลต่อเนื่องในทุกช่วงชีวิต ข้อมูลจากรายงาน Global Insurance Outlook 2025* สะท้อนว่า ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังความคุ้มครองที่ออกแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น พร้อมทั้งต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญควบคู่กับประสบการณ์ดิจิทัลที่สะดวกและไร้รอยต่อ ดังนั้น ทิศทางของธุรกิจประกันในอนาคตจึงไม่ได้อยู่ที่การนำเสนอกรมธรรม์เพียงอย่างเดียว แต่คือการพัฒนาโซลูชันที่เข้าใจชีวิต และสามารถดูแลความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน”

จากข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตไทย ระบุถึงภาพรวมของตลาดประกันยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราที่ชะลอลง และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง อย่างไรก็ตาม โครงสร้างสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ และการเติบโตของกลุ่มคนชั้นกลาง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนความคุ้มครองและการบริหารความเสี่ยงในระยะยาวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประกันชีวิตที่ครอบคลุมด้านสุขภาพและโรคร้ายแรง รวมถึงประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และประกันเพื่อวางแผนเกษียณ ขณะเดียวกัน ช่องทางนายหน้าประกันยังคงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกัน อินชัวร์ เอกซ์ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่การเป็น “ที่ปรึกษาด้านประกัน” เพื่อดูแลลูกค้าแบบเข้าใจทุกความต้องการตลอดช่วงชีวิต

เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ จึงกำหนด 3 กลยุทธ์หลักเพื่อเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจในระยะถัดไป ประกอบด้วย

1. วางแผนความคุ้มครองโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric Advisory Experience) ออกแบบแผนคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ด้วยทางเลือกความคุ้มครองแบบ 360 องศา (360° Protection Planning) ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรบริษัทประกัน และยกระดับคุณภาพการให้บริการด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของทีมงานมืออาชีพ เข้ากับเทคโนโลยี จรรยาบรรณของช่องทางการขาย และการรักษาความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า

2. นำ AI ออกแบบโซลูชันความคุ้มครองแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalized Solution) สร้างความแตกต่างด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์สู่การออกแบบโซลูชันความคุ้มครอง โดยนำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า และผสานผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันวินาศภัย เพื่อออกแบบแผนความคุ้มครองที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและครอบครัว

3. การเสริมพลังช่องทางการขายแบบ Omni-Channel พัฒนาและเชื่อมโยง 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านประกัน ดิจิทัล และเทเลเซลล์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (Right Channel, Right Customer, Right Timing) โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับช่องทางที่ปรึกษาด้านประกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาที่ปรึกษาด้านประกันสู่ระดับ MDRT (Million Dollar Round Table) ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานความเป็นเลิศของที่ปรึกษาด้านประกันระดับสากล เพื่อยกระดับคุณภาพการให้คำแนะนำและรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยเมื่อผสานกับช่องทางดิจิทัลและเทเลเซลล์ที่มีความแข็งแกร่ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ประกันภัย ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP