30 มิถุนายน 2569 : ในยุคที่การลงทุนไร้พรมแดน นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ หรือ ETF ที่จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ แต่ข้อจำกัดด้านการเปิดบัญชี การโอนเงิน และความยุ่งยากในการซื้อขาย ทำให้นักลงทุนหลายคนยังไม่กล้าก้าวออกไปลงทุนโดยตรง
ปัจจุบัน ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt : DR) ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงหุ้นและ ETF ต่างประเทศได้สะดวก ผ่านการซื้อขายบนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยเงินบาท และใช้บัญชีซื้อขายหุ้นไทยบัญชีเดิม
DR คืออะไร
DR คือ ตราสารที่อ้างอิงหลักทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนในหุ้นหรือ ETF ต่างประเทศได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีลงทุนในต่างประเทศ โดยหลักการทำงานคือ ผู้ออก DR จะเป็นผู้ซื้อหุ้นหรือ ETF ต่างประเทศมาเก็บรักษาไว้ ก่อนออก DR เพื่อเสนอขายให้แก่นักลงทุน และนำเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือ กล่าวได้ว่า นักลงทุนไม่ได้ถือหุ้นต่างประเทศโดยตรง แต่ถือ "ใบรับฝาก" (DR) ที่อ้างอิงสิทธิในหลักทรัพย์นั้น ทำให้ได้รับความสะดวกในการลงทุนมากขึ้น

จุดเด่นของการลงทุนผ่าน DR
DR มีข้อได้เปรียบหลายประการ ได้แก่
- ซื้อขายด้วยเงินบาท ไม่ต้องโอนเงินไปต่างประเทศ
- ใช้บัญชีซื้อขายหุ้นไทยบัญชีเดียวกัน
- ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เหมือนหุ้นไทย
- ซื้อขั้นต่ำเพียง 1 DR ต่างจากหุ้นไทยทั่วไปที่ซื้อขายขั้นต่ำ 100 หุ้นต่อ Board Lot
- เหมาะทั้งการลงทุนระยะสั้นเพื่อเก็งกำไร และการลงทุนระยะยาวเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ต
นอกจากนี้ นักลงทุนยังไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอนการถือครองหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพราะผู้ออก DR เป็นผู้บริหารจัดการทั้งหมด
ภาพรวมตลาด DR ในประเทศไทย
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2569
- มี DR จดทะเบียนทั้งหมด 410 หลักทรัพย์
- มูลค่าการซื้อขายรวมประมาณ 1,512.58 ล้านบาท
- มีผู้ออก DR ทั้งหมด 9 แห่ง
ประกอบด้วย
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (DR80)
- บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (DR11)
- บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) (DR01)
- บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) (DR03)
- บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (DR24)
- บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (DR19)
- บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (DR23)
- บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) (DR06)
- บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DR13)
ขณะที่ข้อมูล จากตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2569 ระบุว่า DR มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมประมาณ 64,812.70 ล้านบาท สะท้อนถึงการเติบโตและความนิยมของผลิตภัณฑ์การลงทุนประเภทนี้
*10 อันดับ DR ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ได้แก่
- MICRON01 มูลค่า 198,960.20 ล้านบาท
- NBIS23 มูลค่า 170,997.81 ล้านบาท
- MICRON80 มูลค่า 55,415.95 ล้านบาท
- AMD80 มูลค่า 45,139.67 ล้านบาท
- RKLB03 มูลค่า 40,946.15 ล้านบาท
- SNDK80 มูลค่า 38,617.20 ล้านบาท
- INTEL03 มูลค่า 36,568.94 ล้านบาท
- DELL19 มูลค่า 36,449.33 ล้านบาท
- ASTS03 มูลค่า 33,773.77 ล้านบาท
- SNDK03 มูลค่า 1,160.32 ล้านบาท
ข้อมูล จากตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) วันที่ 27 มิถุนายน 2569
จะเห็นได้ว่า DR ที่ได้รับความสนใจส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกระแสการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ทั้งนี้ DR ถือเป็นนวัตกรรมการลงทุนที่ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดทุนต่างประเทศ ทำให้นักลงทุนไทยสามารถกระจายการลงทุนไปยังบริษัทระดับโลกได้ง่าย สะดวก และใช้เงินบาทในการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน พร้อมกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน DR นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลของหลักทรัพย์อ้างอิง ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก และวางแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ เพื่อให้การลงทุนเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว 









