วิจัยกรุงศรี
วันที่ 11 สิงหาคม 2569

โลก: แม้อิหร่านและโอมานเห็นพ้องแนวทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานจะยังคงอยู่ โดยการเปิดช่องแคบจะ ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านเป็นสำคัญ ขณะที่อุปสรรคในการเจรจายังสูงหลังอิหร่านพิจารณาร่างกฎหมายห้ามเรือสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ผ่านช่องแคบฯ ส่งผลให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง
สหรัฐ: ตลาดแรงงานที่อ่อนแอกว่าคาดลดโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง ขณะที่ค่าจ้างรายชั่วโมงชะลอสู่ 3.2% YoY จาก 3.4% และต่ำกว่าคาดที่ 3.5% ทั้งนี้ แม้ว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.0% ท่ามกลางราคาพลังงานที่สูงและความเสี่ยงจากมาตรการปรับขึ้นภาษีการค้า แต่การจ้างงานและค่าจ้างที่ชะลอลงคาดว่าจะช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ และหนุนให้เฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้

จีน: การส่งออกเป็นแรงหนุนสำคัญในช่วงที่การบริโภคยังอ่อนแอ (ดังรูป) โดยเฉพาะสินค้าไฮเทค ซึ่งขยายตัวสูงกว่า 50% ติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม ขณะที่สงครามการค้ากับสหรัฐฯ คาดว่าจะยังดำเนินต่อไปในลักษณะจำกัดวง โดยอัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยอาจสูงขึ้น แต่น่าจะไม่เกินระดับที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ ส่วนการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง และสินค้าที่ใช้ด้านการทหารจะยังคงเป็นเครื่องมือที่ใช้คุมเชิงกันต่อไป ไม่ว่าจะเพื่อผลลัพธ์เชิงสัญลักษณ์หรือทางปฏิบัติก็ตาม
ไทย: เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ แต่อาจเผชิญความไม่แน่นอนในระยะต่อไป
โดย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม มาตรการไทยช่วยไทยพลัสมียอดใช้จ่ายรวม 86,442.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 36,841.0 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นแรงหนุนต่อการใช้จ่ายถึงสิ้นไตรมาส 3 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอตัวลงสู่ 1.95% ในเดือนกรกฎาคม จาก 2.42% ในเดือนมิถุนายน แต่ยังอยู่ในระดับสูงจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้าง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นสู่ 1.34% จาก 1.23%

แม้ในไตรมาส 3 การใช้จ่ายมีแนวโน้มดีขึ้นและเงินเฟ้อชะลอลงบ้าง แต่ในระยะข้างหน้าแรงส่งทางเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน เนื่องจาก 1) แรงกระตุ้นด้านการบริโภคอาจแผ่วลง โดยในไตรมาส 4 แม้ว่ามาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย แต่มีวงเงินเพียง 1,750-2,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ามาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่มีวงเงินมากถึง 1.2 แสนล้านบาท
2) มาตรการระยะปานกลางถึงยาวยังขาดความชัดเจนโดยเฉพาะแผนลงทุนผ่านโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งยังต้องติดตามรายละเอียดของโครงการรวมถึงความรวดเร็วในการเบิกจ่าย และ 3) แรงกดดันเงินเฟ้อจากการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปสู่ผู้บริโภค (Pass-through Effect) เนื่องจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI +7.26% ในเดือนกรกฎาคม) ยังคงอยู่ในระดับสูง และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทยอยปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนแรงกดดันต่อกำลังซื้อของครัวเรือนในระยะข้างหน้า 













