
31 ตุลาคม 2569 : “ซีเอ็ด” ร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายขับเคลื่อนการเข้าถึงหนังสือและองค์ความรู้สำหรับผู้พิการทางการเห็น ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิคนตาบอดไทยและเครือข่าย Read for the Blind พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวทีเสวนา “Make a Book Accessible from Network – มาช่วยกันเปิดประตูสู่หนังสือ เมื่อหนังสือเป็นสื่อที่สำคัญ เราจะช่วยทำอะไรกันได้บ้าง” ภายใต้กิจกรรม “Let’s Unlock: For Everyone Can Read เปิดหนังสือ เปิดโลก ให้ทุกคนอ่านได้” ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 เวทีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ สื่อ และเทคโนโลยี ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางการทำงาน และต่อยอดความร่วมมือ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงหนังสือของผู้พิการทางการเห็น และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้


การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมด้วย คุณสโรชา กิตติสิริพันธุ์ นักเขียนและบรรณาธิการ สำนักพิมพ์ผีเสื้อปีกบาง, คุณณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ผู้ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน Read for the Blind และ คุณโสภิต หวังวิวัฒนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อเสียง สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส
คุณรุ่งกาลกล่าวถึงบทบาทของซีเอ็ดต่อการส่งเสริมการอ่านว่า สำหรับซีเอ็ด การส่งเสริมการอ่านไม่ได้จบเพียงการทำให้มีหนังสือที่ดีอยู่ในมือของผู้อ่าน แต่เราต้องคิดต่อว่าทำอย่างไรให้หนังสือและองค์ความรู้เหล่านั้นสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากที่สุด เพราะการอ่านและการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกัน สำหรับผู้พิการทางการเห็น หนังสือเสียงหรือสื่อดิจิทัลสามารถเป็นอีกหนึ่งประตูสำคัญในการเข้าถึงความรู้ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนอ่านเหมือนกัน แต่คือการทำให้ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียม


จาก “ข้อมูลหนังสือ” สู่จุดเริ่มต้นของการเข้าถึง
หนึ่งในความร่วมมือที่เกิดขึ้นแล้วระหว่างซีเอ็ดและ Read for the Blind คือ การสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลหนังสือผ่าน API และข้อมูล ISBN เพื่อช่วยให้ระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดของหนังสือได้สะดวกและเป็นระบบมากขึ้น สนับสนุนกระบวนการทำงานของเครือข่ายและอาสาสมัครในการนำหนังสือไปพัฒนาเป็นสื่อที่ผู้พิการทางการเห็นสามารถเข้าถึงได้ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การช่วยให้คนหนึ่งคนเข้าถึงหนังสือได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป แต่แต่ละองค์กรสามารถนำทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ตนเองมีอยู่ มาช่วยเติมเต็มระบบร่วมกันได้

ต่อยอด Digital Content สู่หนังสือเสียงที่เข้าถึงได้มากขึ้น
จากความร่วมมือด้านข้อมูล ซีเอ็ดยังมองเห็นโอกาสในการต่อยอดไปสู่ SE-ED Digital Content และ Audio Book โดยสามารถนำคอนเทนต์หนังสือเสียงที่มีอยู่มาสนับสนุนการเข้าถึงของผู้พิการทางการเห็น เพื่อช่วยเพิ่มทางเลือกและขยายคลังองค์ความรู้ในรูปแบบเสียงให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนจากการที่หนังสือทุกเล่มต้องเริ่มต้นกระบวนการบันทึกเสียงใหม่ และเปิดโอกาสให้คอนเทนต์ที่มีอยู่แล้วสามารถสร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้อ่านใหม่ได้มากขึ้น ภายใต้กรอบสิทธิ์และความร่วมมือที่เหมาะสม

SE-ED e-Library อีกหนึ่งแนวทางต่อยอดพื้นที่การเรียนรู้
อีกหนึ่งแนวคิดความร่วมมือในอนาคต คือการนำ SE-ED e-Library มาสนับสนุนเป็นคลังหนังสือสำหรับอาสาสมัคร ภายในห้องสมุดมูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาใช้บริการสามารถค้นหาและเลือกหนังสือสำหรับนำไปพัฒนาเป็นหนังสือเสียงได้สะดวกขึ้นแนวคิดนี้มุ่งใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทำงานของอาสาสมัคร และเชื่อมโยง “คนที่อยากช่วย” เข้ากับ “หนังสือที่กำลังรอการส่งต่อ” ได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ยังมีแนวคิด “Author’s Voice” ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนเจ้าของผลงานร่วมบันทึกข้อความเสียงสั้น ๆ เพื่อกล่าวต้อนรับ แนะนำหนังสือ หรือส่งกำลังใจแก่ผู้ฟังก่อนเริ่มต้นหนังสือเสียง สร้างประสบการณ์และความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างนักเขียนกับผู้อ่านในอีกรูปแบบหนึ่ง


เมื่อทุกภาคส่วนช่วยกัน “ปลดล็อก” หนังสือ
ซีเอ็ดเชื่อว่า การทำให้หนังสือหนึ่งเล่มเข้าถึงคนได้มากขึ้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งนักเขียน สำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ผลิตสื่อ อาสาสมัคร และองค์กรที่ทำงานเพื่อผู้พิการทางการเห็นแต่ละฝ่ายอาจมีทรัพยากรและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ทั้ง Content, Data, Technology, Platform และ Network แต่เมื่อสามารถเชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน ก็จะช่วยลดข้อจำกัดและสร้างช่องทางใหม่ ๆ ในการนำหนังสือและองค์ความรู้ไปสู่ผู้คนได้กว้างขึ้น


สำหรับซีเอ็ด การร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมเวทีเสวนา แต่เป็นอีกหนึ่งก้าวของการนำศักยภาพที่ซีเอ็ดมีอยู่ในระบบนิเวศของหนังสือและการเรียนรู้ มาร่วมสร้างโอกาสในการเข้าถึงความรู้ให้กับสังคม
เพราะ “การเปิดประตูสู่หนังสือ” ไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนอ่านหนังสือในแบบเดียวกัน แต่คือการสร้างทางเลือกที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหา ความรู้ และการเรียนรู้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างเท่าเทียม 














