WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ติดต่อเรา
เมื่อ “ทรัมป์” ไม่ยอมลงจากหลังเสือ Tariff

24 กุมภาพันธ์ 2569 : เมื่อศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยให้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกของประธานาธิบดี Donald Trump เป็นโมฆะ หลายฝ่ายมองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามการค้าโลก และอาจเป็นสัญญาณผ่อนคลายความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับสะท้อนภาพตรงกันข้าม เมื่อทรัมป์เลือก “ไม่ยอมลงจากหลังเสือ Tariff” และเดินหน้ากดดันคู่ค้าต่อไปด้วยเครื่องมือทางกฎหมายรูปแบบใหม่

คำตัดสินของ ศาลฎีกาสหรัฐฯ ด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 ระบุชัดว่า ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขต ภายใต้การอ้างกฎหมายอำนาจฉุกเฉินของรัฐบาลกลาง หรือ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ในการออกภาษีตอบโต้และภาษีเฉพาะจุด โดยเฉพาะกรณีที่อ้างโยงกับปัญหายาเฟนทานิล ถือเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เขากลับสู่ทำเนียบขาว

แม้ศาลจะตัดสินให้มาตรการดังกล่าวเป็นโมฆะ แต่ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นการคืนเงินภาษีให้แก่ผู้นำเข้า โดยส่งเรื่องให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อ หากมีการอนุญาตให้คืนเงินทั้งหมด มูลค่าการคืนอาจสูงถึง 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ที่รัฐบาลทรัมป์เคยจัดเก็บได้จากมาตรการนี้ ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว The White House รีบออกมายืนยันว่า จะหามาตรการทางกฎหมายอื่นมาใช้ทดแทนภาษีเดิมโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ทางเลือกเหล่านี้มีความซับซ้อนมากขึ้น และมีขอบเขตจำกัดกว่าการใช้อำนาจกว้างขวางภายใต้ IEEPA ที่ทรัมป์เคยอาศัยเป็นหลัก ท่าทีแข็งกร้าวยิ่งสะท้อนชัดผ่านข้อความของทรัมป์บน Truth Social ซึ่งระบุว่า คำตัดสินของศาลเป็นการต่อต้านอเมริกา และยืนยันว่าจะเดินหน้าปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกทันทีจาก 10% เป็น 15% ในระดับที่กฎหมายอนุญาต พร้อมประกาศว่าจะออกมาตรการภาษีใหม่ที่ “ถูกต้องตามกฎหมาย” ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อผลักดันนโยบาย Make America Great Again ให้ “ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับการวิเคราะห์ของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ซึ่งชี้ว่า หลายประเทศอาจต้อง “คิดใหม่” จากความเชื่อเดิมว่าสถานการณ์จะผ่อนคลาย เพราะแม้ศาลจะจำกัดอำนาจบางส่วน แต่ทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐยังคงตึงเครียด และมีแนวโน้มรุนแรงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ดร.กอบศักดิ์อธิบายว่า ทรัมป์ได้เริ่ม “กระบวนการเปลี่ยนผ่าน” ไปสู่โครงสร้างภาษีนำเข้าใหม่ โดยอาศัยกฎหมายการค้าอื่นที่ยังมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้รายได้จากภาษีศุลกากรของสหรัฐในภาพรวมเพิ่มสูงขึ้น และผลักภาระต้นทุนไปยังประเทศคู่ค้า แม้กลุ่มประเทศที่รับภาระจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ภายหลังแนวทางเดิมถูกศาลปฏิเสธ รัฐบาลทรัมป์ได้ออกมาตรการ Global Tariff อัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ของ Trade Act 1974 ก่อนจะยกระดับเป็น 15% ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดในกรอบเวลา 150 วัน รายละเอียดคำสั่งฝ่ายบริหารสะท้อนการเตรียมการล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ทั้งในแง่เหตุผล ข้อยกเว้นสินค้า และกรอบกฎหมายรองรับ

ผลกระทบจากมาตรการใหม่นี้ทำให้หลายประเทศต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น ประเทศที่เคยเสียภาษีในอัตรา 10% เช่น สิงคโปร์และสหราชอาณาจักร ต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ก็ได้รับผลกระทบในระดับเดียวกัน ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก

สำหรับประเทศไทยและประเทศอาเซียน แม้อัตราภาษีโดยรวมจะปรับลดลงเล็กน้อยจากช่วง 19–20% แต่ต้องแลกกับความไม่แน่นอนในระยะยาว ทั้งในแง่ข้อตกลงการค้า การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในตลาดสหรัฐ ในด้านบวก มาตรการภาษีที่เปลี่ยนแปลงอาจเปิดโอกาสให้ไทยปรับโครงสร้างการส่งออก มุ่งเน้นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และกระจายตลาดไปยังภูมิภาคอื่นมากขึ้น ลดการพึ่งพาตลาดเดียว พร้อมเร่งพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ด้านลบยังคงมีน้ำหนักมากกว่า โดยเฉพาะความผันผวนของต้นทุน การชะลอคำสั่งซื้อ และความเสี่ยงจากการใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งอาจสูงถึง 50% หรือมากกว่านั้น ตามช่องทางที่กฎหมายสหรัฐยังเปิดไว้

ดร.กอบศักดิ์เตือนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามการค้าโลก “ยกที่ 2” ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น คำตัดสินของศาลครั้งนี้อาจไม่ได้จำกัดอำนาจประธานาธิบดีสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญดังที่หลายฝ่ายคาดหวัง

ท้ายที่สุด กรณีทรัมป์ไม่ยอมลงจากหลังเสือ Tariff สะท้อนให้เห็นว่า ภาษีไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเศรษฐกิจ แต่เป็นอาวุธทางการเมืองที่พร้อมถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือเชิงรุก เสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจ และปรับตัวอย่างยืดหยุ่น ท่ามกลางโลกการค้าที่ไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากกว่าที่เคยเป็นมา

เศรษฐกิจ ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP