WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม 2569 ติดต่อเรา
ตลาดหุ้นกู้ปี 2569 ยังทรงตัวแข็งแกร่ง

13 กรกฎาคม 2569 : ตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ภาคเอกชนยังขยายตัวจากผู้ออกหุ้นกู้คุณภาพดี (Investment Grade) ขณะที่สถานการณ์การผิดนัดชำระหนี้ยังไม่มีรายใหม่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ยังคงเป้าหมายการออกหุ้นกู้ทั้งปี2569 ไว้ที่ 8.8-9.0 แสนล้านบาท

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 มูลค่าคงค้างของตลาดตราสารหนี้ไทยอยู่ที่ 18.3 ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ 96% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล

ด้านตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชนระยะยาว ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่าการออกทั้งสิ้น 409,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการระดมทุนส่วนใหญ่มาจากหุ้นกู้ระดับ Investment Grade สะท้อนว่านักลงทุนยังให้ความเชื่อมั่นกับบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการออกหุ้นกู้สูงสุด ได้แก่ กลุ่มพลังงาน กลุ่มการเงิน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

สำหรับคุณภาพสินเชื่อของตลาดหุ้นกู้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังไม่พบผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้รายใหม่ ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ออกหุ้นกู้ที่อยู่ในสถานะผิดนัดชำระหนี้รวม 7 ราย มูลค่าหุ้นกู้คงค้าง 7,422 ล้านบาท และมีมูลค่าหุ้นกู้ผิดนัดชำระสะสม 15,137 ล้านบาท ขณะที่การปรับโครงสร้างหนี้ยังเป็นกลุ่มเดิมจำนวน 7 ราย มูลค่าคงค้าง 1,188 ล้านบาท และมีมูลค่าปรับโครงสร้างหนี้สะสมรวม 8,904 ล้านบาท

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะมีหุ้นกู้ภาคเอกชนครบกำหนดไถ่ถอนรวม 416,877 ล้านบาท โดยกว่า 90% เป็นหุ้นกู้ระดับ Investment Grade และอีกประมาณ 10% เป็นหุ้นกู้ High Yield และ Non-rated Bond ทั้งนี้ หุ้นกู้ที่ครบกำหนดส่วนใหญ่อยู่ในอันดับเครดิต A มูลค่า 78,166 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ AA Group 76,905 ล้านบาท, A+ จำนวน 73,959 ล้านบาท และ BBB Group จำนวน 64,512 ล้านบาท

เมื่อจำแนกตามอุตสาหกรรม พบว่ากลุ่มพลังงานมีมูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนดสูงสุด 95,793 ล้านบาท รองลงมาเป็นกลุ่มการเงิน 71,842 ล้านบาท และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 69,482 ล้านบาท โดยเดือนเมษายน พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนในระดับสูง

ThaiBMA ระบุว่า ผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ 10 อันดับแรก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทระดับ Investment Grade ยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยมีอัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) อยู่ระหว่าง 2.08-10.6 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่เกิน 2 เท่า สะท้อนความสามารถในการบริหารภาระหนี้ได้ดี

ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยรวม 30,043 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดถือครองตราสารหนี้ไทยอยู่ที่ 9.47 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 5.2% ของมูลค่าตลาดตราสารหนี้ทั้งหมด โดยอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ต่างชาติถือครองเพิ่มขึ้นเป็น 8.5 ปี จาก 8.1 ปี ณ สิ้นปีที่ผ่านมา

ด้านภาวะตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกในลักษณะ Bear Steepening จากความกังวลด้านเงินเฟ้อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปี ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.16%, 1.60% และ 2.06% ตามลำดับ ขณะที่อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ทุกอันดับเครดิตปรับเพิ่มขึ้น 14-34 จุดพื้นฐาน (bps)

อย่างไรก็ตาม หุ้นกู้อันดับเครดิต AAA, AA และ A ยังคงมี Credit Spread อยู่ในระดับต่ำใกล้จุดต่ำสุดในรอบ 6 ปี สะท้อนพฤติกรรมการลงทุนแบบ Flight to Quality ที่นักลงทุนยังคงเลือกลงทุนในหุ้นกู้ที่มีคุณภาพสูง

สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังของปี 2569 ผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ขณะที่ Bond Yield อายุ 5 ปี มีแนวโน้มทรงตัวบริเวณ 1.60% ส่วน Bond Yield อายุ 10 ปี อาจขยับขึ้นสู่กรอบ 2.19-2.33% ตามทิศทางการระดมทุนของภาครัฐ นโยบายดอกเบี้ยของไทยและประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ThaiBMA ยังเปิดตัวยุทธศาสตร์ 4 ปี (2569-2572) ภายใต้แนวคิด "The RISE of Thai Bond Market" เพื่อยกระดับตลาดตราสารหนี้ไทยสู่ความยั่งยืน โดยประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การยกระดับบทบาทด้านกำกับดูแล (Roles & Regulation) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Infrastructure Modernization) การส่งเสริมความยั่งยืนและองค์ความรู้ด้านตราสารหนี้ (Sustainability & Education) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการประเมินมูลค่าและวิเคราะห์ตลาด (Expanded Products & Valuation)

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให่เห็นว่าภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2569 ยังสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและหุ้นกู้จะปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะดอกเบี้ยและความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก แต่การระดมทุนผ่านหุ้นกู้ยังเติบโตจากบริษัทคุณภาพดี ขณะที่ยังไม่พบผู้ผิดนัดชำระหนี้รายใหม่ และผู้ออกหุ้นกู้ส่วนใหญ่ยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ ThaiBMA ยังคงเป้าหมายการออกหุ้นกู้ปี 2569 ไว้ที่ 8.8-9.0 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์ "RISE" เพื่อยกระดับตลาดตราสารหนี้ไทยสู่การเป็นตลาดที่มีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เศรษฐกิจ ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP