WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569 ติดต่อเรา
บลจ.กสิกรไทย ประเมินตลาดโลกผันผวนระยะสั้น แนะกระจายลงทุน รับมือสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่าน

4 มีนาคม 2569 : นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปรับระดับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผู้ลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมเข้าสู่โหมดระมัดระวัง แม้ตลาดการเงินยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงในวงกว้าง แต่ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ลงทุนเริ่มปรับพอร์ตโดยให้น้ำหนักกับการบริหารความเสี่ยงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงาน และทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ

นายวินกล่าวต่อไปว่า จากการประเมินเชิงสถานการณ์โดยอ้างอิงมุมมองของ J.P. Morgan Asset Management แนวโน้มในระยะถัดไปสามารถแบ่งออกเป็น 3 กรณีหลัก โดยกรณีแรกซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงกว่า 65% คือการล่มสลายของระบอบการปกครองเดิมของอิหร่าน เมื่อผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตลง ระบบอำนาจเผชิญภาวะสุญญากาศ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในการช่วงชิงอำนาจระหว่างกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามและกลุ่มต่อต้านภายในประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มลดทอนศักยภาพของอิหร่านในการขยายอิทธิพลและคุกคามประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในภาพรวมอาจช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะกลาง

กรณีที่สองซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ 25% คือระบอบการปกครองเดิมยังคงอยู่รอดได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากโครงสร้างอำนาจของอิหร่านมีการกระจายตัวและมีเครือข่ายอำนาจสำรองจำนวนมาก ประกอบกับคลังขีปนาวุธและโดรนที่ยังคงมีอยู่ ทำให้อิหร่านสามารถสร้างแรงคุกคามต่อภูมิภาคได้ต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ดี การปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้อจะเพิ่มต้นทุนและภาระต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล จนในที่สุดอาจนำไปสู่การผ่อนระดับความรุนแรงของปฏิบัติการ โดยอธิบายต่อสาธารณชนว่าบรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์แล้ว ผ่านการลดทอนศักยภาพด้านขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่ายังคงมีความพร้อมกลับมาใช้มาตรการทางทหารอีกครั้งหากภัยคุกคามกลับมาเพิ่มขึ้น

ขณะที่กรณีที่สามซึ่งมีความเป็นไปได้ต่ำที่สุดเพียง 10% แต่มีผลกระทบสูง คือการบานปลายของสงครามในระดับภูมิภาค หากอิหร่านเลือกยกระดับการตอบโต้โดยโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวอาหรับ หรือคุกคามการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ราคาน้ำมันอาจปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง และมีความเสี่ยงที่ประเทศสำคัญในภูมิภาค เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง นำไปสู่ความผันผวนในตลาดการเงินโลกอย่างมีนัยสำคัญ

“บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่าผลกระทบต่อการลงทุนในปัจจุบันยังอยู่ในกรอบจำกัด และยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเชิงโครงสร้างของตลาดการเงินโลก อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสัญญาณการยกระดับความรุนแรงที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อในระยะถัดไป ทั้งนี้ จากรูปแบบความขัดแย้งในอดีต การโจมตีฐานทัพหรือเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคมักมีลักษณะเป็นการส่งสัญญาณเชิงป้องปรามมากกว่าการเปิดสงครามเต็มรูปแบบ ทำให้โอกาสเกิดสงครามระดับภูมิภาคยังคงอยู่ในกรอบจำกัด บลจ.กสิกรไทย จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนเน้นกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก และเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ควบคู่กับการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที” นายวินกล่าว

นายวินกล่าวเพิ่มเติมว่า บลจ.กสิกรไทย ยังคงแนะนำให้ผู้ลงทุนมี Core Portfolio เป็นกองทุน K WealthPLUS Series เนื่องจากกองทุนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นี้ในระดับจำกัด โดยปัจจุบันกองทุนยังเน้นกระจายการลงทุนในสหรัฐฯ และประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวค่อนข้างต่ำ กองทุน K WealthPLUS Series ยังดำเนินกลยุทธ์การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ ภายใต้กรอบการจัดสรรสินทรัพย์อย่างสมดุล เพื่อบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว ประกอบกับการลงทุนในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมหลักทรัพย์มากกว่า 2,500 รายการ ทำให้พอร์ตมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาด รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เศรษฐกิจ ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP