WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569 ติดต่อเรา
เจาะธีมลงทุน “Defense Industry” โอกาสเด่น

17 มีนาคม 2569 : ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสงครามระหว่าง สงครามรัสเซีย–ยูเครน ที่ยังยืดเยื้อ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะบริเวณ ทะเลจีนใต้

บริบทดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ (Defense Industry) เปลี่ยนบทบาทจากธุรกิจเฉพาะกลุ่ม ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงของประเทศต่างๆ และกลายเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดโลก พร้อมกันนี้ นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน เนื่องจากธุรกิจมีรายได้ระยะยาวจากภาครัฐ และมีปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างในระยะยาว

ยุคใหม่ของ “Geopolitics Premium”

หลังจากช่วงหลังสงครามเย็นที่หลายประเทศลดงบประมาณด้านกลาโหมลงต่อเนื่อง ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “Generational Defense Build-up” หรือการสะสมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยข้อมูลในปี 2024 ระบุว่างบประมาณกลาโหมทั่วโลกเพิ่มขึ้นแตะระดับประมาณ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 9.4% จากปีก่อนหน้า และนับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ได้แก่

1. ฐานลูกค้ามั่นคง รายได้ชัดเจน บริษัทด้านการป้องกันประเทศมีรัฐบาลเป็นลูกค้าหลัก และมักมีมูลค่างานในมือ (Backlog) จำนวนมากที่รองรับรายได้ล่วงหน้าได้หลายปี

2. ความสามารถในการปรับราคาตามต้นทุน สัญญาจัดซื้อยุทโธปกรณ์จำนวนมากมีเงื่อนไขปรับราคา ทำให้บริษัทสามารถรับมือกับภาวะเงินเฟ้อได้ดีกว่าหลายอุตสาหกรรม

3. อุปสรรคการเข้าสู่ตลาดสูง ธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล เทคโนโลยีขั้นสูง และการรับรองด้านความปลอดภัยจากรัฐบาล ส่งผลให้คู่แข่งรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ยาก

ขณะที่ภาพการลงทุนจากมหาอำนาจสู่ภูมิภาคเอเชีย สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นประเทศที่ใช้งบประมาณกลาโหมสูงที่สุดในโลก โดยในปี 2024 มีมูลค่าราว 9.97 แสนล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ทิศทางงบประมาณยังขึ้นอยู่กับนโยบายการเมืองภายในประเทศ โดยมีการเสนอแนวคิดเพิ่มงบกลาโหมให้แตะระดับ 5% ของ GDP ภายในปี 2027

ยุโรป กำลังเปลี่ยนแนวคิดด้านความมั่นคงจากการใช้จ่ายเพื่อบทบาททางการทูต ไปสู่การเสริมสร้าง “ความอยู่รอดของชาติ” มากขึ้น ประเทศสำคัญอย่างเยอรมนีและฝรั่งเศสเพิ่มงบกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเยอรมนีตั้งเป้าขยายงบทางทหารสู่ระดับ 3.5% ของ GDP ภายในปี 2029 นอกจากนี้ การผ่อนคลายเกณฑ์ด้าน ESG ในยุโรปยังเปิดทางให้บริษัทด้านการป้องกันประเทศสามารถเข้าสู่ดัชนีการลงทุนแบบยั่งยืนได้ ส่งผลให้เงินทุนจากนักลงทุนสถาบันไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่มนี้มากขึ้น

ในฝั่ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคนี้กำลังกลายเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตา โดยเฉพาะสิงคโปร์ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีการทหารของภูมิภาค ขณะที่อินโดนีเซียมีแผนปรับปรุงกองทัพมูลค่ากว่า 1.18 แสนล้านยูโรภายในปี 2040

สำหรับประเทศไทย ยังมีโอกาสพัฒนาในธุรกิจด้าน Cybersecurity และเทคโนโลยีโดรน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยุคใหม่ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีใหม่ พลิกโฉมสมรภูมิ โดยอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาวุธยุทโธปกรณ์แบบดั้งเดิม แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Deep Tech ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับระบบความมั่นคง โดรนและระบบไร้คนขับ (UAV) โดรนขนาดเล็กและระบบฝูงโดรน (Swarming) กำลังเปลี่ยนรูปแบบสงครามด้วยต้นทุนที่ต่ำแต่มีประสิทธิภาพสูง หลายประเทศในเอเชียเริ่มลงทุนในเทคโนโลยีนี้เพื่อลดการพึ่งพากำลังพล

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยAI ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรอง การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์แบบเรียลไทม์ และการป้องกันภัยไซเบอร์ โดยบริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอย่าง Palantir Technologies กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในตลาดนี้

เทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการสื่อสารและการเฝ้าระวัง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดดาวเทียมทั่วโลกอาจแตะ 1.08 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2035

กลยุทธ์การลงทุนในหุ้น Defense

นักวิเคราะห์มองว่าหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศสามารถใช้เป็น “Satellite Theme” ในพอร์ตลงทุน เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเสริมเสถียรภาพ โดยมีทางเลือกสำคัญ ได้แก่ หุ้นรายตัวชั้นนำ บริษัทผู้ผลิตยุทโธปกรณ์รายใหญ่ของโลก เช่น Lockheed Martin ผู้ผลิตเครื่องบินรบ F-35 Northrop Grumman ผู้นำเทคโนโลยีอวกาศและเครื่องบินทิ้งระเบิด General Dynamics ผู้ผลิตเรือดำน้ำและยานยนต์หุ้มเกราะ RTX Corporation ผู้พัฒนาระบบขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศ

กองทุนรวมและ ETF โดยนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนสามารถเลือกลงทุนผ่าน ETF ต่างประเทศ เช่น ITA (iShares U.S. Aerospace & Defense ETF) PPA (Invesco Aerospace & Defense ETF) ในประเทศไทยยังสามารถลงทุนผ่านกองทุนที่ลงทุนใน ETF ต่างประเทศ เช่น กองทุนธีม Defense จากหลายบริษัทจัดการกองทุน เครื่องมือการลงทุนทางเลือก

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนผ่าน Depositary Receipts (DR) หรือผลิตภัณฑ์โครงสร้าง (Structured Notes) สำหรับนักลงทุนที่ต้องการรูปแบบผลตอบแทนที่หลากหลาย“ความมั่นคง” กับโอกาสการลงทุนระยะยาว

แม้อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศจะมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาสัญญาภาครัฐและความผันผวนจากการเมืองระหว่างประเทศ แต่ด้วยลักษณะธุรกิจที่มีรายได้ระยะยาว มีเงินปันผลสม่ำเสมอ และได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยีใหม่ ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ยังคงมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว

ในยุคที่ความมั่นคงกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจโลก การลงทุนในอุตสาหกรรม Defense จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้พอร์ตลงทุนมีความแข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมรับมือกับความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางโลกในทศวรรษข้างหน้า

เศรษฐกิจ ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP