23 เมษายน 2569 : ท่ามกลางแรงกดดันด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น การระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง กลายเป็นประเด็นสำคัญของตลาดทุนโลก โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ย้ำว่า International Capital Market Association (ICMA) ได้จัดทำ Climate Transition Bond Guidelines (CTBG) เพื่อเป็นกรอบมาตรฐานใหม่สำหรับการออกตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และเปิดโอกาสให้กิจกรรมเปลี่ยนผ่านที่จำเป็นต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
ล่าสุดทางฝ่ายตราสารหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อธิบายสำหรับหลักการของ Climate Transition Bond Guidelines (CTBG) มาตรฐานสำหรับการระดมทุนด้วยตราสารหนี้เพื่อนำเงินไปใช้ในวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งจัดทำโดย International Capital Market Association (ICMA) โดยระบุว่า ก่อนหน้าก.ล.ต.ได้อธิบายถึงบทบาทและลักษณะของการเปลี่ยนผ่าน (transition) ที่มีความสำคัญต่อการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ได้ตามเป้าหมายภายใต้ความตกลงปารีส โดยได้ยกตัวอย่างเครื่องมือกำหนดนิยามการเปลี่ยนผ่านในระดับโครงการ (Activity Level) เช่น Taxonomy และ Technology Roadmap รวมถึงเครื่องมือสำหรับกำหนดแนวทางการเปลี่ยนผ่านในระดับองค์กร (Entity Level)
เช่น ASEAN Transition Finance Guidance (สามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่ชุดบทความ Transition finance) ซึ่งการอ้างอิงเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับสากลนี้ นอกจากจะช่วยให้ผู้ดำเนินโครงการปฏิบัติสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้องแล้ว ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกิจกรรมการเปลี่ยนผ่าน และสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ตราสารหนี้ เป็นหนึ่งในช่องทางการระดมทุนเพื่อกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่มีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อพิจารณาบริบทของการระดมทุนด้วยตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่านในปัจจุบัน จากรายงานของ ICMA ปี 2024* พบว่า ตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน มีการใช้เงินกับโครงการเกี่ยวกับ climate transition จำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขอบเขตของตราสารหนี้สีเขียว (green bond) โดยมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยที่นำเงินไปใช้กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงและมีข้อจำกัดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (hard-to-abate sector) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่จำเป็นต้องได้รับเงินสนับสนุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน
ด้วยเหตุนี้ ในปี 2025 ICMA จึงได้จัดทำ Climate Transition Bond Guidelines ขึ้น เพื่อเป็นกรอบมาตรฐานอ้างอิงสำหรับการออกตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะ เป็นการจำแนกประเภทการระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านออกมาอย่างชัดเจน โดยมีการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมจากมาตรฐาน green bond เพื่อช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของตราสาร ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสการระดมทุนให้กับกิจกรรมการเปลี่ยนผ่านมากยิ่งขึ้น
Climate Transition Bond Guidelines (CTBG) เป็น label ใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาจากมาตรฐานการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนที่มีอยู่เดิมของ ICMA ได้แก่ Green Bond Principles, Social Bond Principles, Sustainability Bond Guidelines (เรียกรวมว่า มาตรฐาน GSSB) และ Sustainability-Linked Bond Principles โดยที่ CTBG ยังคงยึดโครงสร้างหลัก 4 องค์ประกอบสำคัญเช่นเดียวกับมาตรฐาน GSSB ของ ICMA
ซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้ ข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง CTBG กับมาตรฐาน GSSB อยู่ที่องค์ประกอบด้าน Use of Proceeds ซึ่งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมการเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะ ในขณะที่องค์ประกอบด้าน Management of Proceeds และ Reporting ยังคงยึดหลักการเดียวกันกับมาตรฐานการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนประเภทอื่นๆของ ICMA
CTBG – Use of Proceeds หลักการสำคัญประกอบด้วย เงินที่ได้มาจากการระดมทุนต้องนำไปใช้กับโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Climate Transition: CT) ซึ่ง CTBG ได้ยกตัวอย่างโครงการ CT เช่น การยุติการใช้งานก่อนกำหนด (early phase-out) และเลิกดำเนินการ (decommissioning) ของกิจกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (carbon capture and storage) โครงการปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นก๊าซธรรมชาติ (fossil fuel switch) เป็นต้น โดยโครงการต้องสามารถหลีกเลี่ยง ลด หรือเลิกปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญและสามารถวัดผลในเชิงปริมาณได้
ผู้ระดมทุนปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน (safeguards) ที่ ICMA ระบุไว้ทั้งหมด 5 ข้อเพื่อเป็นการยืนยันความน่าเชื่อถือของการดำเนินงานเพื่อการเปลี่ยนผ่าน
ผู้ออกตราสารต้องมีกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (sustainability or climate transition strategy) ในระดับองค์กรอย่างชัดเจน โดยกิจกรรมที่นำเงินระดมทุนไปใช้ต้องมีส่วนสนับสนุนกลยุทธ์ดังกล่าวด้วย ผู้ออกตราสารต้องมีการวิเคราะห์และแสดงให้เห็นว่าทางเลือกอื่นที่เป็นเทคโนโลยีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (low-carbon) ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงภายใต้บริบทปัจจุบัน กิจกรรมควรสอดคล้องกับ taxonomy เส้นทางการลดก๊าซเรือนกระจก (decarbonization pathway) หรือกรอบนโยบายระดับประเทศหรือระดับสากล กิจกรรมสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าการดำเนินงานตามปกติ (business-as-usual: BAU) และสามารถวัดผลได้
ผู้ออกตราสารต้องระบุ และเปิดเผยความเสี่ยงจากกรณีที่การลงทุนอาจทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ทางเลือกที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเกิดความล่าช้าหรือถูกจำกัดในอนาคต (carbon lock-in risk) และในกรณีที่กิจกรรมเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานหรือเชื้อเพลิงฟอสซิล ผู้ออกตราสารต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเพิ่มเติม เช่น กำหนดช่วงเวลายุติโครงการอย่างชัดเจน การรายงานความคืบหน้าประจำปี และ ไม่ลงทุนในโครงการประเภทดังกล่าวเพิ่มเติมในอนาคต เป็นต้น
ทั้งนี้ CTBG ได้ให้ข้อแนะนำว่า ข้อมูลของผู้ออกตราสารที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทั้ง 4 ควรถูกจัดทำเป็นกรอบและลักษณะการเสนอขายตราสารเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Climate Transition Bond Framework) หรือแสดงไว้ในเอกสารประกอบการออกตราสาร เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงและประเมินข้อมูลได้อย่างโปร่งใส โดย ICMA แนะนำให้ข้อมูลดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบจากผู้ประเมินภายนอกเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือให้กับตราสารด้วย
สรุปสาระสำคัญของ 4 องค์ประกอบใน CTBG สำหรับในบริบทของประเทศไทย แนวคิดดังกล่าวได้เริ่มถูกนำมาปรับใช้เชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 คณะกรรมการกำกับตลาดทุนได้เห็นชอบการออกหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขาย Transition Bond และ Thailand Amber Bond เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ออกตราสารหนี้ในการระดมทุนเพื่อลงทุนในโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่าน หรือกิจกรรมสีเหลือง (amber) ตาม Thailand Taxonomy ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและคำนึงถึงบริบทของประเทศไทย โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้สนใจ และประชาชนเกี่ยวกับการออกหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวแล้วจนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 










