WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม 2569 ติดต่อเรา
Lock Phone นวัตกรรมสินเชื่อสมาร์ทโฟน สู่ New S-Curve ธุรกิจการเงิน

10 สิงหาคม 2569 : ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่พึ่งพาสมาร์ทโฟนมากขึ้น ทั้งเพื่อการเรียน การทำงาน การติดต่อสื่อสาร และการเข้าถึงบริการทางการเงิน ขณะที่ราคาสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนชิ้นส่วนและเทคโนโลยี ทำให้ “สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ” กลายเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีศักยภาพเติบโต โดยเฉพาะสินเชื่อที่มาพร้อมเทคโนโลยี Lock Phone หรือ Locked Phone ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการบริหารความเสี่ยงของผู้ให้บริการสินเชื่อ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคที่อาจไม่สามารถเข้าถึงบัตรเครดิตหรือสินเชื่อรูปแบบเดิม สามารถเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนได้ง่ายขึ้น

Lock Phone เป็นนวัตกรรมที่นำระบบดิจิทัลเข้ามาควบคุมการใช้งานสมาร์ทโฟนจากระยะไกล โดยติดตั้งซอฟต์แวร์หรือระบบควบคุมไว้ในเครื่องตั้งแต่เริ่มทำสัญญา เมื่อผู้ซื้อมีการค้างชำระค่างวด ระบบสามารถแจ้งเตือนและจำกัดการใช้งานเครื่องตามเงื่อนไขที่กำหนด จนกว่าจะมีการชำระเงิน ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถบริหารความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Lock Phone ทำงานอย่างไร?

หลักการของระบบ Lock Phone คือ การผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการปล่อยสินเชื่อ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ลูกค้าซื้อโทรศัพท์และทำสัญญาเช่าซื้อ ระบบควบคุมจะถูกติดตั้งหรือเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการเครื่องได้ตามเงื่อนไขของสัญญา ในระหว่างการผ่อนชำระ ลูกค้าสามารถตรวจสอบยอดค่างวดและกำหนดชำระผ่านระบบหรือแอปพลิเคชัน รวมถึงช่องทางดิจิทัล เช่น QR Code ขณะที่หากมีการค้างชำระ ระบบสามารถแจ้งเตือนและดำเนินการจำกัดการใช้งานตามเงื่อนไขที่กำหนด จนกว่าลูกค้าจะชำระเงิน

จุดเด่นสำคัญจึงอยู่ที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยง ทำให้ผู้ให้บริการสามารถขยายสินเชื่อไปยังกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหลักประกันหรือผู้ค้ำประกันในรูปแบบเดิม ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตสามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนเพื่อใช้ในการเรียนและการประกอบอาชีพได้ อีกด้านหนึ่ง ระบบอนุมัติสินเชื่อแบบดิจิทัลยังช่วยให้กระบวนการพิจารณาสินเชื่อรวดเร็วขึ้น ลดการใช้เอกสารและขั้นตอนการทำงานของพนักงาน ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของผู้ให้บริการ

JMART ชู Lock Phone เป็น Growth Engine ดันธุรกิจกลุ่ม

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ หรือ Growth Engine ของกลุ่ม จากการขยายฐานลูกค้าในตลาดสมาร์ทโฟนและธุรกิจ Digital Lending การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการผสานความแข็งแกร่งของบริษัทในเครือ ทั้ง Jaymart Mobile, SINGER, SGC และ KB J Capital ซึ่งช่วยสร้าง Synergy และเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

SINGER มอง Lock Phone โตต่อเนื่อง พร้อมช่วยบริหาร NPL

ด้านนายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ในกลุ่มธุรกิจเจมาร์ท มองว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังมีแนวโน้มเป็นบวก โดยมีธุรกิจ Lock Phone เป็นหนึ่งในแรงหนุนสำคัญที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จุดแข็งของธุรกิจ Lock Phone ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างยอดขาย แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่สามารถบริหารความเสี่ยงด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หรือ Expected Credit Loss (ECL) ในไตรมาส 1/2569 ลดลง 21.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับไตรมาส 2/2569 บริษัทประเมินว่าธุรกิจ Lock Phone จะยังเติบโตได้ต่อเนื่องมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือ QoQ แม้ปัจจุบันจะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดมากขึ้น ทั้งผู้ประกอบการเดิมและรายใหม่ โดย SINGER มองว่าการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยทำให้ตลาดมีความคึกคัก ปัจจุบัน SINGER ทำงานร่วมกับพันธมิตรแบรนด์สมาร์ทโฟนรายใหญ่ เช่น OPPO และ Vivo ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีศักยภาพและมีระบบรองรับการทำตลาด Lock Phone ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสนับสนุนการขยายตลาดในระยะยาว

ในด้านความปลอดภัย SINGER ระบุว่าระบบ Locked Phone มีประสิทธิภาพในการควบคุมการใช้งาน หากลูกหนี้พยายามปลดล็อกจากช่องทางที่ไม่ได้รับอนุญาต ระบบสามารถตรวจจับและบันทึกข้อมูลการใช้งาน หรือ Lock พร้อมแจ้งเตือนกลับมายังบริษัท จากนั้นบริษัทสามารถดำเนินการอัปเกรดเฟิร์มแวร์เพื่อบล็อกการใช้งานเครื่องอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารจัดการระบบในแต่ละวัน

SCAP วาง Locked Phone เป็น New S-Curve รับตลาดมือถือกว่า 17 ล้านเครื่องต่อปี

ขณะที่นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP ระบุว่า การให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือด้วยระบบ Locked Phone ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการสร้างผลกำไรและ New S-Curve ให้กับบริษัท รวมถึงเป็นการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อ SCAP มองว่าการผสานฐานข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้ากับค่ายมือถือชั้นนำในประเทศไทย เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการสินเชื่อและการควบคุมความเสี่ยงของบริษัท จะช่วยผลักดันให้พอร์ตสินเชื่อเติบโตได้อย่างโดดเด่น แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค

บริษัทประเมินว่าตลาดโทรศัพท์มือถือซึ่งมียอดขายมากกว่า 17 ล้านเครื่องต่อปี มีแนวโน้มพึ่งพาสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนชิ้นส่วนและชิปปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือในระยะต่อไป SCAPมองว่าสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone ยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทเตรียมยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรค่ายมือถือเพิ่มขึ้นอีกหลายราย รวมถึงการจับมือกับ Xiaomi ซึ่งเป็นพันธมิตรรายสำคัญในตลาด โดย SCAP ตั้งเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone ภายใน 2 ปี หลังจากประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ของประเทศ

นางสาวดวงใจ กล่าวว่า การรุกตลาดสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง New S-Curve ให้กับ SCAP เนื่องจากระบบอนุมัติสินเชื่ออัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และบริหารความเสี่ยงผ่านระบบอัจฉริยะ ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตของผลกำไรอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว บริษัทเชื่อมั่นว่าแผนรุกธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครือข่ายพันธมิตรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับระบบอนุมัติสินเชื่ออัตโนมัติและการบริหารความเสี่ยงผ่านระบบอัจฉริยะ จะช่วยต่อยอดธุรกิจสินเชื่อรายย่อยของบริษัทให้เติบโตอย่างมั่นคง

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มองผลกระทบจำกัด ชี้กลุ่มลูกค้า Lock Phone ต่างจากบัตรเครดิต

ด้านนายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในกลุ่มธุรกิจธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ในฐานะผู้นำบริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มองว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนจากภาระค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์จึงยังมุ่งสร้างการเติบโตผ่านการพัฒนานวัตกรรมด้านการชำระเงินและสินเชื่อทางเลือกใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้า รวมถึงผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อจัดทำโปรโมชั่นเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่ายในหมวดหลัก ตลอดจนประสานความร่วมมือภายในเครือกรุงศรีเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย และตลาดลูกค้ากลุ่ม Wealth รวมถึงการยกระดับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตสำหรับลูกค้าองค์กร

สำหรับกระแสการเติบโตของตลาด Lock Phone และการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่จากนอกตลาด นายอธิศมองว่า อาจส่งผลกระทบต่อสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในระดับจำกัด ขณะที่ธุรกิจบัตรเครดิตได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เนื่องจากยังมีจุดแข็งจากโปรโมชั่น Cash Back และการผ่อนชำระ 0% ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการขอสินเชื่อรูปแบบใหม่

ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลอาจได้รับผลกระทบบ้างในกลุ่มลูกค้าบางส่วนที่มีความเข้าใจด้านการเงินไม่มากนักและเลือกหันไปใช้ช่องทาง Lock Phone แต่ผลกระทบยังอยู่ในระดับไม่มาก เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของสินเชื่อ Lock Phone แตกต่างจากกลุ่มลูกค้าของสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตภายใต้สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย

จากภาพรวมตลาดทั้งหมด สะท้อนว่า Lock Phone กำลังพัฒนาจากการเป็นเพียงทางเลือกในการซื้อสมาร์ทโฟนแบบผ่อนชำระ ไปสู่การเป็นหนึ่งในโมเดลสินเชื่อดิจิทัลที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถเชื่อมโยง 3 ปัจจัยสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ การเข้าถึงสินเชื่อของผู้บริโภค การบริหารความเสี่ยงของผู้ให้บริการ และการใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนการดำเนินงาน

สำหรับผู้บริโภค จุดเด่นคือการเพิ่มโอกาสเข้าถึงสมาร์ทโฟนโดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิตหรือผู้ค้ำประกัน ขณะที่ฝั่งผู้ให้บริการสามารถใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยประเมินและควบคุมความเสี่ยง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้และบริหารพอร์ตสินเชื่อ ขณะเดียวกัน การแข่งขันในตลาดที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ “เทคโนโลยี” เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีทั้งระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ฐานทุนที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการจัดเก็บหนี้ เครือข่ายพันธมิตรแบรนด์มือถือและดีลเลอร์ รวมถึงระบบอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็วและรองรับการขยายตัว

จากมุมมองของ JMART ที่วาง Lock Phone เป็น Growth Engine ของกลุ่ม SINGER ที่เห็นศักยภาพทั้งด้านการเติบโตของพอร์ตและคุณภาพสินเชื่อ ไปจนถึง SCAP ที่วางธุรกิจดังกล่าวเป็น New S-Curve ขณะที่กรุงศรี คอนซูมเมอร์มองว่าผลกระทบต่อสินเชื่อและบัตรเครดิตยังมีจำกัด สะท้อนว่า ตลาด Lock Phone ยังอยู่ในช่วงของการขยายตัวและกำลังสร้างตำแหน่งของตัวเองในระบบสินเชื่อรายย่อย

ท้ายที่สุด ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครจะสามารถปล่อยสินเชื่อ Lock Phone ได้มากที่สุด แต่คือใครจะสามารถสร้างสมดุลระหว่าง การเติบโต การเข้าถึงสินเชื่อ การบริหารความเสี่ยง และการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ได้ดีที่สุด หากผู้ประกอบการสามารถทำได้สำเร็จ Lock Phone ก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญของธุรกิจ Digital Lending และเป็น New S-Curve ที่ช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในระยะยาว

ธุรกิจ ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP