
6 พฤศจิกายน 2569 : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยคณะบริหารธุรกิจ และฝ่ายสื่อสารการตลาด จัดโครงการ “แคมป์เด็กหัวการค้า ปีที่ 13 (STARTUP CAMP No.13)” ระหว่างวันที่ 24–25 ตุลาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย เปิดเวทีให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 300 คน กว่า 100 โรงเรียน ทั่วประเทศ ได้ฝึกคิดและลงมือทำธุรกิจจริง ภายใต้แนวคิด “Future Resilience Startup Camp (AI for Sustainable Survival)” โดยได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ทั้งด้านการจัดกิจกรรม และเงินรางวัลการแข่งขันรวมกว่า 100,000 บาท
แคมป์ปีนี้มุ่งปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วของโลกธุรกิจ พร้อมเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาแนวคิดธุรกิจที่ยืดหยุ่น รับมือกับความท้าทาย และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ตลอดสองวันของการเข้าค่าย คณาจารย์และบุคลากรคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งร่วมออกแบบเนื้อหา และ ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ ได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง (Mentor) ประกบให้คำปรึกษาแต่ละทีมอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาและค้นหาโอกาสทางธุรกิจ การพัฒนาแนวคิดและรูปแบบธุรกิจ ไปจนถึงการเตรียม ความพร้อมสำหรับการนำเสนอผลงาน เพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงาน เป็นทีม
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ทางธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญจาก คณาจารย์จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจแฟรนไชส์จากประเทศมาเลเซีย ได้แก่ Acting Sub Lt. Jennifer Mabangkru, Founder and CEO of TAI GUO PIN GROUP, Adjunct Professor Dr. Dato' Eric Ku Founder, iTrainKids, Mr. Johan Ooi, Founder of Johan Speaking Academy และ Miss Ainsley, Founder and CEO, Artivo School of Creativity ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และกรณีศึกษาจากการดำเนินธุรกิจจริงให้เยาวชน ได้เห็นแนวทางการทำธุรกิจในบริบทที่แตกต่าง และเข้าใจโอกาสและความท้าทายของผู้ประกอบการในระดับสากล เพื่อนำไปต่อยอดแนวคิดธุรกิจของตนเอง

ไฮไลต์ของแคมป์คือการแข่งขันนำเสนอแนวคิดธุรกิจ (Business Pitching) ซึ่งแต่ละทีมได้นำความรู้ และทักษะที่ได้รับตลอดการเข้าค่ายมาพัฒนาเป็นแผนธุรกิจ และนำเสนอต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผลการแข่งขันมีดังนี้
- รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 50,000 บาท – ทีม “สุดแสบแถบ UTCC”
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 30,000 บาท – ทีม “Team Ten Millions”
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท – ทีม “เรือหลวงสีฟ้า”
- รางวัลชมเชย 2 รางวัล เงินรางวัลทีมละ 5,000 บาท – ทีม “คิดอยู่” และทีม “Nellcamp”

ทีม “สุดแสบแถบ UTCC” ชนะเลิศ จากการนำเสนอผลงานแนวคิด เครื่องแปรรูป ขยะเกษตร "เปลี่ยนขยะซังข้าวโพดภาคเหนือ สู่กล่องของที่ระลึกแผ่นรองแก้วรักษ์โลก ที่สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชนและคืนอากาศสะอาดให้ภูมิภาค" โดยทีมประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 8 คน จาก 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา, โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร, โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม, โรงเรียนสิรินธร, โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ, โรงเรียนสตรีวิทยา, โรงเรียนดรุณาราชบุรี และโรงเรียนกาบเชิงวิทยา

อาจารย์วุทธินันท์ อ๊อกกังวาล รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารการตลาด กล่าวว่า แคมป์เด็กหัวการค้า เป็นเวที ที่มหาวิทยาลัยจัดต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 13 เพราะเราเชื่อว่าทักษะผู้ประกอบการสร้างได้ตั้งแต่วัยมัธยม ปีนี้เราเพิ่มมิติของ AI และความยั่งยืนเข้าไป เพื่อให้เยาวชนเห็นว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจ ปรับตัวและอยู่รอดได้ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว สอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็น AI-First University และ Practice University ซึ่งเน้นการเรียนรู้จากการลงมือทำจริง ขอขอบคุณบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมสนับสนุนให้เวทีนี้เกิดขึ้น
ผศ. ดร.อัณณ์ณิชา ธัญญะชัยรัตน์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เราอยากให้น้อง ๆ ได้กลับไปไม่ใช่แค่แผนธุรกิจหนึ่งแผน แต่คือวิธีคิดแบบผู้ประกอบการ ตั้งแต่ การมองเห็นปัญหา กล้าตั้งคำถาม ทดลอง และนำเสนอ คณาจารย์ของคณะจึงลงไปเป็นพี่เลี้ยงประกบทุกทีม ตลอดสองวัน ผลงานที่ออกมาสะท้อนว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพพร้อมเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ใช้ AI ได้อย่างสร้างสรรค์

ความสำเร็จของโครงการครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพ ของตนเองจากประสบการณ์จริง ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะยังคงเดินหน้าพัฒนาเยาวชนไทย ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมปรับตัวต่อ การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ และก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน 














