5 ตุลาคม 2561 : นางสดศรี พงศ์อุทัย รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานตามมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี
ซึ่งที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตโดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ชุดเฉพาะกิจจากสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าอาจมีการกระทำผิด

เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต และเพื่อเป็นมาตรการเสริมทางอ้อมในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค ให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าโดยทั่วไป
จากผลการตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ ปีงบประมาณ 2561 (ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 4 ตุลาคม 2561) พบว่ามีการกระทำผิด จำนวน 343 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 5.27 ล้านบาท โดยแยกเป็น – สุรา จำนวน 207 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 1.62 ล้านบาท
– ยาสูบ จำนวน 77 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 1.69 ล้านบาท
– ไพ่ จำนวน 16 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.13 ล้านบาท
– น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 11 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.32 ล้านบาท
– น้ำหอม จำนวน 2 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 0.01 ล้านบาท
– รถจักรยานยนต์ จำนวน 23 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ จำนวน 0.33 ล้านบาท
– สินค้าอื่น ๆ จำนวน 7 คดี รวมเป็นเงินค่าปรับ 1.17 ล้านบาท
โดยมีของกลางแยกเป็นน้ำสุรา จำนวน 511.780 ลิตร ยาสูบ จำนวน 4,051 ซอง ไพ่ จำนวน 548 สำรับ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 22,515 ลิตร น้ำหอม จำนวน 82 ขวด รถจักรยานยนต์ จำนวน 21 คัน ![]()











