10 กันยายน 2562 : ค่าเงินบาทไทย ยังแรงไม่หยุด หลังจากแข็งค่ามาหลายเดือนติดต่อกัน จนกูรูพากันประเมินสถานการณ์ในทิศทางเดียวกัน ว่า เงินบาทไทยปีนี้มีโอกาสหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยปัจจัยหลักคงมาจากเรื่องของ ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ( เฟด) ที่มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยลงในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้
ทำให้นักลงทุนทั้งหลาย กระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยในโซนอื่นแทน เพื่อไปหาผลตอบแทนที่ดีกว่าพันธบัตรรัฐบาลอเมริกา และปลอดภัยกว่า และประเทศไทยคือเป้าหมายหลักที่จะขนเงินมาพักไว้ ด้วยผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวยังในยิลว์ดี แต่ตอนนี้ยิลว์เริ่มกดลดลงมาให้เคียงกับระยะสั้น 2 ปี นอกจากนี้ ปัญหาของสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน เป็นอีกปัจจัยทำให้ค่าเงินแข็งด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กูรู หลายคนแนะนักลงทุนไทยให้กระจายความเสี่ยงสำหรับผู้ทีาชื่นชอบการลงทุนในตราสารหนี้. แนะว่าควรลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวของประเทศอื่นแทนอย่างพันธบัตรระยะยาวของที่ให้ผลตอบแทนสูง3-6%เลยที่เดียว
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในตราสารหนี้ ของกลุ่มอเบอร์ดีนฯ สิงคโปร์ นายพงศ์ธาริน ทรัพยานนท์ หัวหน้าการลงทุนตราสารหนี้ประเทศไทย บริษัทอเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสเม้นท์ (ASI) ระบุว่า สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัท ปัจจุบันได้มีการปรับแผนการลงทุนหันมาลงทุนในตราสารหนี้ระสั้น 2-5 ปีแทน เนื่องจาก ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว10ปีผลตอบแทนขณะนี้อยู่ใกล้เคียงกับตราสารหนี้ระยะสั้นที่ระดับ 1.4% และราคาตราสารหนี้ระยะยาวตอนนี้ราคาแพงเกินไปมาก
นอกจากนี้ บริษัทหันมาลงทุนในตราสารหนี้ของมาเลเซีย ซึ่งได้ผลตอบแทนสูงถึง 3% และตราสารหนี้ของอินโดนีเซียได้ผลตอบแทนถึง 5-6% ดีกว่าตราสารหนี้ไทยที่อยู่ในระดีบต่ำเพียง 1.4%
ส่วนภาพรวมค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้(9-13 ก.ย.2562) ธนาคารกสิกรไทยได้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.40-30.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยต่างประเทศที่ตลาดอาจรอติดตาม ประกอบด้วย ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป สถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และ BREXIT ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาสินค้านำเข้า-ส่งออก ยอดค้าปลีก เดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.
ส่วนภาพรวมค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาสอดคล้องกับค่าเงินหยวนและสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ท่ามกลางความกังวลต่อสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลังจากดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ สะท้อนภาวะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ประกอบกับสกุลเงินในภูมิภาคและสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาได้รับแรงหนุนจากการที่ตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ BREXIT และเหตุการณ์ในฮ่องกงลงบางส่วน
กระนั้นก็ดี เงินบาทอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่เงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด อาทิ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และดัชนี ISM ภาคบริการเดือนส.ค. ในวันศุกร์ (6 ก.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 30.66 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.58 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 ส.ค.) ![]()











