WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569 ติดต่อเรา
ทองคำพักฐานหรือเปลี่ยนเทรนด์?

26 พฤษภาคม 2569 : จับตาแนวรับ 4,500 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันดอกเบี้ย-บอนด์ยีลด์ โดยตลาดทองคำโลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังราคาทองคำหลุดระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ก่อนอ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,500–4,540 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมุมมองของตลาดที่เริ่มเชื่อว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม แม้แรงขายจะเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่นักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังมองตรงกันว่า ภาพดังกล่าวยังไม่ใช่สัญญาณว่าตลาดทองคำเข้าสู่ “ขาลงเต็มตัว” หากแต่เป็นเพียงช่วงพักฐานเพื่อลดความร้อนแรง หลังราคาปรับขึ้นเร็วเกินปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้น

นายวราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด มองว่า ปัจจัยกดดันราคาทองคำในรอบนี้เกิดจากการไหลกลับของเม็ดเงินเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า โดยเฉพาะดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อผลตอบแทนของสินทรัพย์ปลอดภัยเหล่านี้สูงขึ้น ทองคำที่ไม่มีดอกผลตอบแทนในตัวเองจึงเสียเปรียบในเชิงต้นทุนค่าเสียโอกาสทันที

อย่างไรก็ตาม เตือนว่า นักลงทุนไม่ควรมองตลาดทองคำแบบเส้นตรงว่า “หลุดแนวรับแล้วจะเป็นขาลงยาว” เพราะในระยะกลางถึงระยะยาว ทองคำยังมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ ซึ่งยังเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างต่อราคาทองคำในอนาคต

ในมุมมองเชิงเทคนิค นายวราวุธ ระบุว่า ภาพระยะสั้นยังให้น้ำหนักไปทางการอ่อนตัวมากกว่าการรีบาวด์ เนื่องจากราคาทองคำยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยหลายช่วง ขณะที่โมเมนตัมรายวันยังไม่แข็งแรงพอจะยืนยันว่าการพักฐานสิ้นสุดลงแล้ว โดยแนวรับสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาคือบริเวณ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ อาจเห็นแรงซื้อกลับและรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,545–4,565 ดอลลาร์ และถัดไปที่ 4,580–4,600 ดอลลาร์

แต่หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,500 ดอลลาร์แบบปิดตลาดไม่สวย แนวรับถัดไปจะอยู่บริเวณ 4,480–4,460 ดอลลาร์ และอาจลึกลงไปถึงโซน 4,420 ดอลลาร์ ขณะที่ด้านแนวต้าน หากยังไม่สามารถผ่านระดับ 4,580–4,600 ดอลลาร์ได้ ก็ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าแนวโน้มขาขึ้นกลับมาอย่างชัดเจน

ด้านนางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงตัดสินสำคัญว่าจะฟื้นตัวหรือพักฐานลึกลงต่อ โดยแนะนำกลยุทธ์ “ทยอยเข้าซื้อสะสม” บริเวณแนวรับสำคัญแถว 4,480 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ หรือประมาณ 69,400 บาท เพื่อรอจังหวะรีบาวด์ระยะสั้น

ทั้งนี้ หากราคาสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,600 ดอลลาร์ และ 4,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 70,900–71,600 บาท แต่หากหลุดต่ำกว่า 4,480 ดอลลาร์ อาจเห็นแรงขายกลับเข้ามากดดันให้ราคาปรับฐานลงสู่บริเวณ 4,430–4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 68,700–69,000 บาท

อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดทองคำทั่วโลกกำลังจับตา คือ การเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ของ นายเควิน วอร์ช หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติรับรองด้วยคะแนน 54 ต่อ 45 เสียง ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในระยะต่อไป

นักลงทุนกังวลว่า หากเฟดภายใต้การนำของวอร์ชดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากกว่าที่ตลาดคาด ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และ Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้นต่อ ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ภาพรวมตลาดทองคำในเวลานี้จะยังไม่เข้าสู่ภาวะขาลงเต็มรูปแบบ แต่ก็ไม่ใช่ช่วงที่นักลงทุนสามารถมองโลกในแง่ดีได้เหมือนที่ผ่านมา เพราะตราบใดที่ Bond Yield ยังอยู่ในระดับสูง และเฟดยังไม่ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน แรงกดดันต่อราคาทองคำก็ยังมีโอกาสเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “ทองคำลงแล้วน่ากลัวหรือไม่” แต่คือ “ราคากำลังสร้างฐานเพื่อไปต่อ หรือกำลังเปิดทางสู่การพักฐานที่ลึกกว่าเดิม” ซึ่งคำตอบดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ และความสามารถของราคาทองคำในการยืนเหนือแนวรับสำคัญ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเวลาจากนี้ไป

เศรษฐกิจ ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP