12 กรกฎาคม 2561 : ดร.กมลินทร์ พินิจภูวดล ผู้อำนวยการ ITD กล่าวว่า “เวทีการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ประจำปี 2561 ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านไปสู่วาระแห่งนวัตกรรมด้านการค้าและการพัฒนาเพื่อการบูรณาการของภูมิภาค” (Transformation towards Innovative Trade and Development Agenda for Regional Integration) เป็นเวทีในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมความคิดเห็นในประเด็นใหม่ๆ
ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาในภูมิภาค ตลอดจนประเด็นท้าทายที่มีผลกระทบต่อการค้าและการพัฒนา และเพื่อเชื่อมโยงและกระตุ้นให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติการด้านการค้า การลงทุนที่สนองตอบต่อโลกยุคใหม่ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
เพราะในปัจจุบันกระแสโลกาภิวัฒน์แบบรุนแรง (Hyper Globalization) การปฏิวัติอุตสาหกรรม รอบที่ 4 (Industrial 4.0) และการพัฒนาเศรษฐกิจ ดิจิทัล (Digital Economy) เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งโอกาสและการคุกคาม ซึ่งมีนัยอันลึกซึ้งต่อการค้า การพัฒนาและการลงทุน ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้
โดยงานสัมมนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้แทนภาครัฐและเอกชนชั้นนำจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศรวม 300 คน ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นความเคลื่อนไหวด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาต่างๆ ตลอดจนประเด็นท้าทายที่มีผลกระทบต่อการค้าและการพัฒนา ตลอดการจัดงานทั้งสองวัน ซึ่งมีรายละเอียดสรุปการประชุมดังนี้
การประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ประจำปี 2561 ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2561
สรุปการปาฐกถาพิเศษ โดย ดร. มูคิซา คิทูยี เลขาธิการ อังค์ถัด
ดร. มูคิซา คิทูยี เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด (UNCTAD) กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การเข้าสู่วาระแห่งนวัตกรรมด้านการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อการบูรณาการของภูมิภาค” ซึ่งกล่าวถึงความท้าทายของการพัฒนาที่ทั่วถึงคนทุกกลุ่มโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และอธิบายถึงช่องว่างที่เกิดขึ้นและการใช้ศักยภาพของอี-คอมเมิร์ซมาช่วยสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ในระดับโลกแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในภูมิภาคเอเชียถูกขับเคลื่อนจากภายใน
นอกจากนั้น ดร. มูคิซา ได้กล่าวเน้นถึงแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นของภาระหนี้ที่เกิดจากการเป็นหุ้นส่วนลงทุนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน และการขาดความไว้วางใจในการลงทุนข้ามชายแดน ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันการค้าและการพัฒนาคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ผ่านการพัฒนานวัตกรรม การลงทุนเพื่อเพิ่มทักษะ และนโยบายการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเหลื่อมล้ำในสังคมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนทุกกลุ่ม นโยบายการค้าต้องถูกออกแบบใหม่เพื่อรับมือการกีดกันทางการค้าและห่วงโซ่มูลค่าโลก (global value chain) ที่สั้นลงจากปัจจัยด้านเทคโนโลยีและการเมือง การกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านแนวทางปฏิบัติ การแลกเปลี่ยน และปฏิสัมพันธ์เชิงรุก มีความสำคัญมากต่อการรวมตัวระดับภูมิภาค
สรุปการประชุมช่วงที่ 1 หัวข้อ “ความมั่งคั่งแห่งชาติที่เปลี่ยนแปลง: ยุทธศาสตร์สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในยุคแห่งความยั่งยืน”
การประชุมช่วงที่ 1 หัวข้อ “ความมั่งคั่งแห่งชาติที่เปลี่ยนแปลง: ยุทธศาสตร์สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในยุคแห่งความยั่งยืน” นำเสนอข้อค้นพบในช่วงเวลา 20 ปีจากรายงานการกระจายความมั่งคั่ง (Wealth Distribution Report) ของธนาคารโลก ซึ่งนอกจากแนวทางแบบดั้งเดิมที่ใช้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เป็นตัวชี้วัดแล้ว ธนาคารโลกได้ใช้องค์ประกอบ 4 ด้าน (ทุนด้านการผลิต ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุนมนุษย์ และทุนต่างประเทศ) ในการวัดความมั่งคั่ง ในรายงานนี้เป็นครั้งแรกที่มีการนำทุนมนุษย์จากการสำรวจใน 144 ประเทศมาใช้ในการพิจารณาชี้วัดความมั่งคั่งด้วย นอกจากนี้ยังเน้นถึงความสำคัญของการลดความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งของประเทศต่างๆ ทั่วโลก
สรุปการประชุมช่วงที่ 2 หัวข้อ “การตระหนักถึงเป้าหมายการบูรณาการของภูมิภาคด้วยการค้าดิจิทัลอย่างทั่วถึง”
การประชุมช่วงที่ 2 หัวข้อ “การตระหนักถึงเป้าหมายการบูรณาการของภูมิภาคด้วยการค้าดิจิทัลอย่างทั่วถึง” กล่าวถึงบทบาท ภารกิจ และโครงการของหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ รวมถึงการสนับสนุนที่หน่วยงานเหล่านี้มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ทั้งในด้านการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อ การรับเทคโนโลยีมาใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจแบบ B2B และ B2C โลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกทางการค้า นโยบายเชิงบูรณาการ และโครงสร้างกฎระเบียบ)
รวมถึงการรวมตัวระดับภูมิภาค ทั้งนี้ UNCTAD และ ITD พบว่าประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ในภูมิภาคอาเซียนมีปัญหาด้านอี-คอมเมิร์ซ ระบบแวดล้อมล้าสมัย ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคส่วนต่างๆ และการขาดแคลนนักลงทุน (venture capitalist) ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ หน่วยงานของสหประชาชาติทำหน้าที่เป็นทั้งผู้อำนวยความสะดวก ที่ปรึกษา และคนกลางในการประสานงานกับนักลงทุน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคมและเศรษฐกิจ แต่ละหน่วยงานทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและจัดการกับความท้าทายอันซับซ้อนของเศรษฐกิจดิจิทัลในบริบทต่างๆ
สรุปการประชุมช่วงที่ 3 หัวข้อ “รายงานการลงทุนโลก ประจำปี 2561”
การประชุมช่วงที่ 3 หัวข้อ “รายงานการลงทุนโลก ประจำปี 2561” กล่าวถึงเนื้อหาของรายงานดังกล่าว รวมถึงแนวโน้มระดับโลกและระดับภูมิภาค ความเป็นไปได้ในอนาคต และแนวโน้มของนโยบายด้านการลงทุน โดยแสดงให้เห็นว่าการลดลงของกระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ในปี 2560 กระจุกตัวอยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว และการลดลงของจำนวนโครงการใหม่ๆ (greenfield project) เป็นเรื่องหนึ่งที่น่ากังวล
สำหรับแนวโน้มระดับโลกนั้นการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติเปลี่ยนจากการลงทุนที่จับต้องได้มาเป็นการลงทุนที่จับต้องไม่ได้ อีกปัจจัยหนึ่งที่จะมีผลต่อกระแสการลงทุนจากต่างชาติในปีนี้คือการปฏิรูประบบภาษีของสหรัฐอเมริกา ส่วนนโยบายการลงทุนมี 3 ส่วนที่ต้องพิจารณา ได้แก่ สนธิสัญาใหม่ๆ การปฏิรูปข้อตกลง และกฎหมายด้านการลงทุนระดับชาติ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการลงทุนกับนโยบายใหม่ด้านอุตสาหกรรม ซึ่งเน้นที่บทบาทและประเภทของนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับการผลักดันจากประเทศกำลังพัฒนาให้มีนโยบายใหม่ด้านอุตสาหกรรมในวงกว้างขึ้น ![]()






















