WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม 2569 ติดต่อเรา
วิริยะประกันภัย วางหมากปี 69 เติบโต 4% หรือเบี้ยรับรวมกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ส่วนผลงานปี 68 เติบโต 5% กำไร 1,600 ล้านบาท

6 มีนาคม 2569 : นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่ก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล อาทิ เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลให้หลายจังหวัดรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้อย่างชัดเจน รวมถึงกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยประสบภัยมาก่อน ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกและเกิดความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยหรือทำงานในอาคารสูง ขณะที่ภัยพิบัติจากอุทกภัยที่แม้จะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา ดังเช่นมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะความเสียหายรุนแรงในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค แต่บริษัทฯ ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เป็นหลักประกันความเสี่ยงให้กับสังคมไทยอย่างมั่นคง ภายใต้เจตนารมณ์อันแน่วแน่ “วิริยะประกันภัย เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต มุ่งเสริมสร้างสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

“บริษัทฯ มีความพร้อมอย่างเต็มศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 79 ปี และมีความเชี่ยวชาญจากการได้บริหารจัดการภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงวิกฤตขนาดใหญ่ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการด้านสินไหมทดแทนจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และ ‘ปฏิบัติการ First AID’ ที่นำมาใช้จนเป็นผลสำเร็จต่อเนื่องมากกว่าทศวรรษ ทั้งความพร้อมในการสำรวจ ประเมินความเสียหาย และการประสานเครือข่ายรถยกลากเพื่อกู้รถยนต์ออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างทันท่วงที การจัดซ่อมที่ได้มาตรฐานผ่านเครือข่ายศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ประกอบกับบริษัทฯ มีสาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 160 แห่ง ที่พร้อมดูแล เยียวยา และชดเชยค่าสินไหมให้แก่ผู้เอาประกันภัยอย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และเป็นธรรม ตลอดไปถึงการประสานพลังเครือข่ายวิริยะจิตอาสาทั่วไทย รวมถึงหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดทำถุงยังชีพ และมอบสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเคียงข้างผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง” คุณอมร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ความท้าทายที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดประกันวินาศภัยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 โดยมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14.64% สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลูกค้าและประชาชนมีต่อวิริยะประกันภัย ดังนั้น ส่งผลให้ผลประกอบในปี 2568 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เติบโต 5% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) 37,654 ล้านบาท เติบโต 3.5% และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 5,269 ล้านบาท เติบโต 17.09% อีกทั้งยังคงมั่นคงแข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์ที่มีอยู่ถึง 68,166 ล้านบาท และอัตราความพอเพียงของเงินกองทุน (CAR) 357.21% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามาตรฐานของเงินกองทุนฯ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ กำไรมีประมาณ 1,600 ล้านบาท

นายอมร เปิดเผยต่อไปอีกว่า สำหรับเป้าหมายด้านยอดขายในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงรวมอยู่ที่ 44,646 ล้านบาท หรือต้องเติบโตประมาณ 4% แบ่งเป็นด้าน Motor อยู่ที่ 38,865 ล้านบาท หรือเติบโต 3% ส่วนด้าน Non-Motor อยู่ที่ 5,780 ล้านบาท หรือเติบโต 9.71% โดยมุ่งเน้นเรื่องการบริการให้มากยิ่งขึ้น

ส่วนแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งยกระดับคุณภาพงานบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและคู่ค้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงานบริการ ทั้งระบบการรับประกันภัย การเคลมสินไหมทดแทน การเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้าให้รวดเร็ว แม่นยำ และสามารถใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงยกระดับการให้บริการภายใต้แนวทาง One Stop Service ให้ครอบคลุมทุกงานบริการ ทั้งการให้บริการของศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ผ่านสายด่วน 1557 การให้บริการผ่านระบบออนไลน์แบบ Self Service บน LINE Official เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและครบวงจร ควบคู่กับการกำกับดูแลคุณภาพงานเคลม การตรวจสอบอุบัติเหตุ และคุณภาพงานจัดซ่อมให้ได้มาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

ทั้งนี้ การเดินสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จนั้น มีความสำคัญอย่างมากสำหรับพลังของฝ่ายขายที่แข็งแกร่ง ซึ่งวิริยะ มีตัวแทนนายหน้าและโบรกเกอร์ เป็นกำลังสำคัญในการช่วยขยายงานสัดส่วนประมาณ 50% ของพอร์ต แยกเป็นตัวแทนบุคคลธรรมดา 1,700 ราย นายหน้า 2,700 ราย และโบรกเกอร์ 400 ราย รวมทั้งหมด 4,800 ราย 

สำหรับการรับประกันภัยรถ EV บริษัทฯ ก็รับประกันภัยสูงสุดในอุตสาหกรรมหรือคิดเป็นเบี้ยประกันรับประมาณ 2,800 ล้านบาท สัดส่วน 40% ของพอร์ต ส่วนผลประกอบการยังขาดทุนในการรับประกันรถ EV  แต่ก็ยังมีนโยบายในการรับประกันต่อไปแต่คงต้องพิจารณาปรับเพิ่มเบี้ยประกันตามรุ่น ตามยี่ห้อ หรือตามความเหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานและประยุกต์ใช้นวัตกรรมให้เกิดประสิทธิภาพในงานบริการสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบงานต่าง ๆ ให้มีความรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น อาทิ ระบบ E-Agency โปรแกรมที่ช่วยรองรับการทำงานของตัวแทนฯ, V-Inspection บริการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัยด้วย AI, VClaim on VCall บริการเคลมนัดหมายออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลที่รวดเร็วและครอบคลุมทุกจังหวัด รวมถึงวางแนวทางพัฒนาบริการ Fast Track Claim สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้จากการนอนโรงพยาบาล (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงขับเคลื่อนกลยุทธ์ Data Driven ด้วยการนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์พฤติกรรม ความต้องการ และความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มประกันภัย Motor และ Non-Motor ซึ่งในปีนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของประชาชน และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

สำหรับกรณีประกันสุขภาพท่ามกลางความท้าทายเรื่องวิกฤติค่ารักษาพยาบาลแพง (Medical Inflation) นั้นในภาคอุตสาหกรรมประกันภัยมีความตระหนักเรื่องนี้ทุกบริษัทฯ แต่วิริยะประกันภัยตั้งเป้าปี 2569  ดำเนินการใน 3 ด้านคือ 1. บริษัทฯออกผลิตภัณฑ์ใหม่ด้านประกันสุขภาพ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเบี้ยแบบ Co-Payment หรือ Deductible (ค่าความรับผิดชอบส่วนแรก) เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้บริโภค

2. บริษัทฯ มีแนวทางการทำงานร่วมกับโรงพยาบาล และใกล้ชิดกันมากขึ้นเรื่องการติดตามค่ารักษาพยาบาลให้เป็นไปตามความเหมาะสม รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่เหมาะสมกับลูกค้าด้วย และยังใช้ระบบสถิติวิเคราะห์ข้อมูล สินไหมที่เกิดขึ้นนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อประกอบการคำนวณเบี้ยประกันที่เหมาะสมทั้งลูกค้าและบริษัทฯ ส่วนที่ 3 Viriyah Health Advisory ที่ปรึกษาด้านสุขภาพแบบส่วนตัว ให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์วิริยะประกันสุขภาพ เพื่อให้ท่านมีที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการรักษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบุคลากร ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายและเสริมสร้างคุณภาพงานบริการในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมหรือความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรและการทำงาน (Employee Engagement) ทั้งการวางเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ การส่งเสริมสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในการทำงาน ตลอดจนการยกระดับศักยภาพบุคลากรด้วยการอบรมพัฒนาทักษะการทำงานตามสายวิชาชีพ การส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยี AI ฯลฯ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environmental, Social, Governance) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กรให้สามารถรองรับสถานการณ์วิกฤตใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การพัฒนาในทุกมิติสะท้อนพันธกิจสำคัญของวิริยะประกันภัยในการทำหน้าที่ตามคำมั่นสัญญา “ทำหน้าที่หลักประกันความเสี่ยงให้สังคมไทย” บนพื้นฐาน DNA องค์กรที่ยึดมั่นว่า “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” พร้อมเคียงข้างลูกค้าและสังคมไทยในทุกวิกฤตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” คุณอมร กล่าวในที่สุด

ประกันภัย ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP