
20 มีนาคม 2569 : นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากการมามีบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัล และการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ ความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศยังก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว หรือน้ำท่วม
“กลยุทธ์ของธนชาตประกันภัยคือ มุ่งเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีเบี้ยประกันไม่สูง หรือ Small Budget Product ทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่ต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ อีกทั้งให้ความเข้มงวดกับการบริหารความเสี่ยงในองค์กรอย่างเข้มข้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่คาดเดาได้ยาก ให้มั่นใจว่าเราจะอยู่เคียงข้างลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์”
ความสำเร็จปี 2568 สะท้อนรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง
จากการวางรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่งตลอดระยะเวลากว่า 28 ปี ส่งผลให้ธนชาตประกันภัยสามารถรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรม และเป็นแรงส่งถึงความสำเร็จของบริษัทในปี 2568 ที่ผลประกอบการยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 11,672 ล้านบาท เติบโต 1.55% และมีกำไรสุทธิ 1,077 ล้านบาท พร้อมทั้งมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 537.7% และมีสินทรัพย์รวม 17,465 ล้านบาท สะท้อนสถานะทางการเงินที่มั่นคง
แรงขับเคลื่อนความสำเร็จในปี 2568 มาจากการวางรากฐานที่มั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและมีวินัย มีการพิจารณารับประกันภัยตามประเภทความเสี่ยง เช่น รถป้ายแดง รถทำตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการบริหารประกันภัยต่อ (Reinsurance) และการรับมือภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารพอร์ตธุรกิจอย่างสมดุล และดำเนินการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมถึงพัฒนาการจัดการเคลมเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด โดยสามารถรักษาอัตราการต่ออายุลูกค้าเป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้า และนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการทำงานและการบริการลูกค้าอย่างครบวงจร นอกจากนี้ การบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัลการันตีคุณภาพการดำเนินงาน และมีคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า (Net Promoter Score) สูงถึง 78.6% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้ธนชาตประกันภัยยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืน”

กางแผนปี 2569 เปิดเกมรุก ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับโต 11%
ในปี 2569 ธนชาตประกันภัย ประกาศเปิดเกมรุกตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโต 11% จากปี 2568 จากโอกาสในหลายมิติ โดยมุ่งเน้นการทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกยิ่งขึ้น โดยมองเห็นโอกาสการเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มที่ลูกค้าใช้รถยนต์นานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการความคุ้มครองมีความหลากหลาย และแตกต่างกันตามระดับความกังวลต่อความเสี่ยง ธนชาตประกันภัยจึงได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมอีก 4 แบบ ได้แก่
ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 One Save, ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ ฟิต, ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต และประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 3 ให้สามารถรองรับทุกระดับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่ ‘เหมาะกับตัวเองได้จริง’ ทั้งในแง่ของระดับความเสี่ยง ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณ โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสสำคัญในตลาดประกันภัยบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีการทำประกันภัยที่คุ้มครองทรัพย์สินภายในบ้าน (Property Insurance) เพียง 8% เท่านั้น อันเป็นเหตุมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยบ้าน เช่น ความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประกันอัคคีภัยคือประกันภัยบ้าน ดังนั้น ธนชาตประกันภัยจึงได้วางบทบาทของตนเองไม่ใช่เพียงผู้ให้ความคุ้มครอง แต่เป็น “ผู้สร้างความเข้าใจ” ให้กับประชาชน เพื่อให้ตระหนักถึงความจำเป็นของการมีประกันภัยบ้าน และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมรูปแบบที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและการใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ธนชาตประกันภัยได้มีการเตรียมพร้อมด้านงานบริการอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามายกระดับประสบการณ์ลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Technology + AI + Human Touch” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกจุดของ Customer Journey ตั้งแต่ขั้นตอนการขาย การพิจารณารับประกัน ไปจนถึงกระบวนการเคลมที่รวดเร็ว แม่นยำ และสะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับ “Human Touch” อย่างต่อเนื่อง เพราะสุดท้ายแล้ว “คน” ยังคงเป็นหัวใจของการดูแลลูกค้าในทุกสถานการณ์
พร้อมกันนี้จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั่วประเทศ การเติบโตในระยะต่อไปของธนชาตประกันภัยจะมาจากการขยายตลาดไปยังทุกภูมิภาค โดยจะทำงานร่วมกับพันธมิตรและช่องทางการขายต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทได้ง่ายขึ้น
ที่สำคัญธนชาตประกันภัยยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีทักษะการใช้เทคโนโลยีและ AI ในการทำงานได้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและพร้อมรับมือกับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน จะมีโมเดลใหม่ แพลตฟอร์มใหม่ หรือเทคโนโลยีใหม่เข้ามาทุกวัน สิ่งหนึ่งที่อุตสาหกรรมประกันภัยพิสูจน์มาเสมอคือ เทคโนโลยีช่วยให้บริการดีขึ้นได้ แต่สุดท้าย Perception ที่ดี “ความไว้วางใจ” กับการใช้บริการ ยังต้องถูกส่งต่อผ่านด้วย “คน” อยู่ดี”
“ด้วยกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีวินัยภายใต้แนวคิด Disciplined Growth, Endless Opportunities ธนชาตประกันภัยมั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยปี 2569 เป็นปีที่เราจะเปลี่ยน ‘ความท้าทาย’ ให้เป็น ‘โอกาส’ ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม และความเข้าใจใน Insight ของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง มั่นใจว่าเราจะไม่ใช่แค่ผู้รักษาตำแหน่งในตลาด แต่จะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยไทย” นางวิชินี กล่าว
#ธนชาตประกันภัย #ดูแลไวตรงใจคุณ #Thanachartinsurance #วิชินีโอรพันธ์ 











