WELCOME TO SEQUEL ONLINE (ซีเคว้ล ออนไลน์)
วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2569 ติดต่อเรา
ทิสโก้ อินชัวรันส์ ผนึกความแข็งแกร่งทิสโก้กรุ๊ป เดินเครื่องเต็มสูบตั้งเป้าเติบโต 5-10% หลังปี 68 กวาดเบี้ยประกันรับ 12,500 ล้านบาท

8 พฤษภาคม 2569 : คุณกุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ทิสโก้ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป เปิดเผยถึง การดำเนินงานด้านการประกันภัยของกลุ่มทิสโก้ ว่า ทิสโก้ อินชัวรันส์ โซลูชั่น (TISCO Insure Solution) ภายใต้สโลแกน “ชัวร์กับประกันที่ใช่” เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทิสโก้ ที่ประกอบด้วย 3 องค์กร ได้แก่ ธนาคารทิสโก้ (Tisco Bank) , บริษัท ทิสโก้ อินชัวรันส์ โซลูชั่น (Tisco Insurance) , และบริษัท ไฮเวย์ (“สมหวัง เงินสั่งได้” ปัจจุบันมีสาขากว่า 800 แห่ง) ซึ่งแต่ละส่วนมีใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยเป็นของตนเองตรงตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด

สำหรับผลงานในปีที่ผ่านมาปี 2568 กลุ่มทิสโก้สามารถขยายเบี้ยประกันภัยรับรวมจากทั้ง 3 กลุ่มได้ประมาณ 12,500 ล้านบาท ส่วนใหญ่สามารถรักษาตัวเลขการเติบโตเกิน 10,000 ล้านบาทมา 4 ปีติดต่อกัน (ยกเว้นปี 2564 ที่เบี้ยประกันลดลงเล็กน้อย) โดยแบ่งสัดส่วนผลิตภัณฑ์เป็น ประกันรถยนต์มีสัดส่วนสูงสุด 48% รองลงมาเป็นประกันชีวิต (ไม่รวมประกันคุ้มครองสินเชื่อ) 33% ประกันคุ้มครองสินเชื่อ 12% และประกันสุขภาพ 8%

ทั้งนี้ จากตัวเลขรวม 12,500 ล้านบาท หากแยกเฉพาะเบี้ยประกันของ ทิสโก้ อินชัวรันส์ โซลูชั่น มีส่วนแบ่งเบี้ยประกันภัยประมาณ 35% คิดเป็นเบี้ยรวมราว 4,300 ล้านบาท และมีฐานลูกค้าที่ดูแลประมาณ 7-8 แสนราย

“กลุ่มทิสโก้ นั้นมุ่งเน้นบริหารจัดการแบบกลุ่ม โดยทิสโก้ อินชัวรันส์ โซลูชั่น ทำหน้าที่ดูแลบริการหลังการขายให้กับลูกค้าจากทุกช่องทางของกลุ่ม ถึงแม้ว่าทิสโก้ อินชัวรันส์ โซลูชั่น จะก่อตั้งมาประมาณ 13 ปี แต่ประสบการณ์ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัยของกลุ่มทิสโก้มีมานานกว่า 50 ปี โดยเริ่มต้นจากการทำประกันภัยรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งเป็นหลักประกันสำคัญมาโดยตลอด” คุณกุสุมา กล่าว

คุณกุสุมา กล่าวว่า สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าหมายเติบโตของเบี้ยประกันใหม่ประมาณ 5-10% โดยมุ่งเน้นการให้บริการไปยังประกันโรคร้ายแรงและประกันอุบัติเหตุ เพื่อดูแลลูกค้าด้านสุขภาพและอุบัติเหตุให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมกับตอกย้ำบทบาทของการเป็น "ที่ปรึกษา" ด้านประกันภัย ภายใต้สโลแกน "ชัวร์กับประกันที่ใช่" อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนความน่าเชื่อถือขององค์กร และการคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและกำลังในการชำระเบี้ยของลูกค้า แต่สำหรับเป้าหมายระยะยาว 5 ปี ข้างหน้าคาดไว้ว่าจะสามารถเพิ่มเบี้ยประกันอีกประมาณ 1.5-2 เท่าของเบี้ยประกันภัยรวม เพื่อมุ่งให้การดูแลลูกค้าด้านประกันโรคร้ายแรงและประกันสุขภาพให้ครอบคลุมมากที่สุด

คุณกุสุมา กล่าวต่อไปถึงการคัดเลือกพันธมิตร (Open Architecture) ที่จะเข้ามาร่วมงานนั้น ทางทิสโก้ อินชัวรันส์ มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก 5 ด้าน ได้แก่

  1. ฐานะการเงิน: ความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกัน
  2. การตลาด: ความร่วมมือในการทำกิจกรรมทางการตลาด
  3. บริการหลังการขาย: ประสิทธิภาพในการเคลมและการบริการลูกค้า
  4. ธรรมาภิบาล: การบริหารจัดการธุรกิจที่เป็นธรรมและโปร่งใส
  5. การออกแบบผลิตภัณฑ์: ความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของลูกค้า

“ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทฯ มีพันธมิตรบริษัทประกันชีวิตประมาณ 6-7 บริษัท ซึ่งจะมีการคัดเลือกละเอียดรวมถึงเรื่องผลตอบแทนของลูกค้า โดยเฉพาะด้านอัตราผลตอบแทนทางการลงทุน (Internal Rate of Return : IRR) ของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบผลตอบแทนกับทางเลือกอื่นได้"

ส่วนพันธมิตรด้านประกันภัย นั้นล้วนเป็นบริษัทประกันภัยชั้นนำ เช่น วิริยะประกันภัย ธนชาต หรือกรุงเทพประกันภัย เป็นต้น ซึ่งหากพูดถึงการประกันรถไฟฟ้า (EV) มีความท้าทาย เนื่องจาก Loss Ratio สูงจากค่าซ่อมแพง แต่บริษัทประกันภัยก็ยังรับคุ้มครองอยู่ ไม่ว่าจะเป็น วิริยะ, โตเกียวมารีน หรือประกันภัยไทยวิวัฒน์ เป็นต้น

สำหรับพันธมิตรด้านประกันสุขภาพ มีผลิตภัณฑ์จากไทยประกันชีวิต (Health Fit DD) กรุงเทพประกันชีวิต (Mind Care Smart) และประกันโรคร้ายแรง CI Extra Care ขณะเดียวกัน ด้านประกันคุ้มครองสินเชื่อ มีพันธมิตรพรูเด็นเชียล เจนเนอราลี่ ที่ให้บริการ ประกันอุบัติเหตุ ล่าสุดเปิดตัว PA Set 7 วัน ของเมืองไทยประกันภัย ควบคู่ไปกับ Zero Accident ของกรุงเทพประกันภัย และประกันการเดินทาง MSIG และพรูเด็นเชียล เจนเนอราลี่

นอกจากนี้ ยังมีประกันภัยภายใต้ แคมเปญ "Family First" และการดูแลลูกค้าแบบครอบครัวครบวงจรในระดับครอบครัว โดยมีสโลแกน "ครอบครัวเราไม่ธรรมดา" เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับทุกคนในครอบครัวภายใต้ กลยุทธ์แกนหลัก 3 Save Series ได้แก่

  • Save ทรัพย์สิน: การปกป้องทรัพย์สินจากความเสี่ยงต่างๆ (เช่น น้ำท่วม)
  • Save ความเสี่ยง: การป้องกันและบริหารจัดการความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน (สุขภาพ อุบัติเหตุ)
  • Save ความฝัน: การวางแผนทางการเงินและทุนสำรองสำหรับอนาคตของครอบครัว

คุณกุสุมา กล่าวต่อไปว่า ภายใต้สโลแกน “ชัวร์กับประกันที่ใช่” เราตั้งใจจะดูแลลูกค้าให้เหมาะแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะมาจากไฮเวย์ สมหวัง หรือธนาคาร คำว่าเหมาะ หมายถึง 1.ลูกค้ามีความต้องการจริง 2.มีความเสี่ยงกับความเป็นจริง 3.ลูกค้ามีความสามารถในการจ่ายค่าเบี้ยได้จริง ซึ่งเบี้ยประกันไม่ควรเป็นภาระที่ใหญ่เกินความเป็นจริงในการดำเนินชีวิต แต่ควรจะเป็นอะไรที่เหมาะสมที่เขาสามารถจ่ายชำระได้

อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาท บริษัทฯ ก็เล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ของการนำ AI มาปรับใช้ในการให้บริการลูกค้า เข้ามาช่วยทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างชาญฉลาดและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ สามารถนำระบบ AI  เข้ามาให้คำแนะนำในะระยะแรก แต่ในระยะถัดไป การออกแบบแผนประกันภัย จะให้ความสำคัญของพนักงานผู้เชี่ยวชาญดำเนินการต่อ เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของการบริการ แต่คาดหวังว่าในอนาคตจะมีระบบ AI ที่สามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันสุขภาพจากหลายบริษัทได้ตามข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อายุ พื้นที่ และเครือข่ายโรงพยาบาล เพื่อให้ลูกค้าได้รับแผนที่ "ใช่" และคุ้มค่าที่สุด

สำหรับประเด็นความท้าทายและโอกาสนั้น ตลาดประกันรถยนต์มีการแข่งขันสูงมาก (Red Ocean) โดยลูกค้ายึดติดกับราคาเป็นหลัก ในขณะที่ตลาดประกันชีวิตและสุขภาพ ลูกค้ายังให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของนายหน้าหรือสถาบันการเงินที่นำเสนอ แต่ปัจจัยภายนอก ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ความขัดแย้ง และ Climate Change กลับเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยมากขึ้น และจากความเชื่อมั่นในแบรนด์ของทิสโก้ ลูกค้ายังไว้ใจและทำประกันกับทิสโก้โดยตรง ดังนั้น สิ่งสำคัญที่บริษัทฯ สามารถควบคุมได้คือ การพัฒนาบุคลากรที่มีประมาณ 150 คน ให้เป็นผู้ที่มีทักษะและคุณภาพ เป็นที่ปรึกษาอย่างยอดเยี่ยม และสร้างระบบภายในที่มีประสิทธิภาพในการคัดกรองและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า " คุณกุสุมา กล่าวสรุป

ประกันภัย ดูทั้งหมด



COPYRIGHT © 2016 SEQUEL ONLINE. ALL RIGHTS RESERVED.
FOLLOW UP